
ภารกิจ 2 นายกใหม่ ดันรายเล็กสู้ศึกอสังหาฯ
แม้ว่าภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเวลานี้จะคึกคักมาก ทั้งบรรยากาศการซื้อขายที่ฟื้นตัวในทุกระดับราคา ทุกทำเล ทั้งในเชิงการเปิดตัวโครงการใหม่
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
แม้ว่าภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเวลานี้จะคึกคักมาก ทั้งบรรยากาศการซื้อขายที่ฟื้นตัวในทุกระดับราคา ทุกทำเล ทั้งในเชิงการเปิดตัวโครงการใหม่ แต่การเติบโตดังกล่าวกลับกระจุกตัวเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่เป็นหลัก โดยมีการประเมินกันว่าปัจจุบันรายใหญ่กินส่วนแบ่งในตลาดมากถึง 70% ในขณะที่ผู้ประกอบการรายเล็กจำนวนไม่น้อยยังต้องเผชิญหน้ากับหลากปัญหารุมเร้า ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางการแข่งขันที่ต้องสู้กับรายใหญ่ ปัญหาทางการเงิน การกู้แบงก์ที่ยากขึ้น ต้นทุนก่อสร้างที่ยังสู้รายใหญ่ไม่ได้ ล้วนเป็นประเด็นที่ทำให้รายเล็กยากจะเติบโต
นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มว่ารายเล็กจะยิ่งเจอมรสุมที่บีบคั้นมากขึ้น จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ภารกิจของ 2 นายกคนใหม่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์มองในทิศทางที่สอดคล้องกันว่า จะต้องหาแนวทางช่วยเหลือรายเล็กให้มีโอกาสในการทำตลาดที่ดีขึ้น และสามารถแข่งขันในทำเลนั้นๆ ได้มากขึ้น รวมถึงการหาช่องทางให้รายเล็กได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้น โดย พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า นโยบายหลักในปีนี้จะเน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็กให้แข่งขันในตลาดได้
สำหรับวิธีการที่จะช่วยรายกลางและรายเล็กอยู่ระหว่างหาแนวทาง แต่ในเบื้องต้นจะเน้นช่วยเรื่องการทำตลาด อาจจะจัดในลักษณะมหกรรมบ้านเฉพาะให้กับรายกลางและรายเล็ก เพื่อเปิดโอกาสให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงมากขึ้น ส่วนงานมหกรรมบ้านและคอนโดซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปี ต้องยอมรับว่ามีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่างานมหกรรมเล็ก และสำหรับรายเล็กบางราย การออกงานใหญ่ต้องใช้เงินคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 70% ของงบทำตลาดทั้งปี
ขณะที่ยอดขายที่ได้กลับมาอาจไม่คุ้ม เพราะในงานมหกรรมใหญ่ก็ต้องประชันโฉมโครงการสู้กับรายใหญ่ โดยปัจจุบันสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยมีสมาชิกประมาณ 300 ราย เป็นรายกลางและรายเล็กมากถึง 90% ส่วนรายใหญ่มีเพียง 10% แต่กินส่วนแบ่งตลาดเกินกว่า 50% นอกจากนี้ผู้ประกอบการในต่างจังหวัดยังเจอข้อจำกัดด้านกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาโครงการ และขั้นตอนที่ยุ่งยากในการยื่นขออนุญาตจัดสรร ส่งผลให้มีโครงการจัดสรรจำนวนไม่น้อยที่พัฒนาแบบเลี่ยงขออนุญาตจัดสรร ซึ่งสมาคมพยายามประสานกับหน่วยงานรัฐเพื่อร่วมกันหาทางออกให้ผู้ประกอบการรายเล็ก สามารถพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยอย่างถูกต้องได้
ทางด้าน อธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยถึงภารกิจหลังรับตำแหน่งนายกคนใหม่ของสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ว่า หนึ่งในภารกิจที่จะต้องผลักดันนั่นคือ การส่งเสริมการขายให้กับสมาชิกที่เป็นผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็ก โดยหวังให้สมาชิกต้องอยู่ได้ในทุกภาวะของตลาด จากปัจจุบันรายกลางและเล็กต้องเจอกับรายใหญ่ ซึ่งได้เปรียบกว่าในทุกด้าน โดยที่ผ่านมามหกรรมบ้าน 4 มุมเมือง ถือเป็นเวทีที่ช่วยส่งเสริมรายเล็ก แต่ปีนี้อาจจะต้องเพิ่มเติมในส่วนของการช่วยประชาสัมพันธ์โครงการให้รายเล็กเป็นที่รู้จักมากขึ้น
สมาคมจะมีการแนะนำกลยุทธ์ในการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค เช่น โครงการจัดสรรในพื้นที่ที่เคยน้ำท่วม จะทำคู่มือให้รายเล็กรู้วิธียกระดับและสื่อสารกับลูกค้า หรือถ้าในพื้นที่ที่มีกระแสข่าวเรื่องขโมย จะแนะนำให้ยกระดับโครงการ เช่น แนะนำให้ทำกล้องซีซีทีวี วางระบบตรวจสอบรถยนต์เข้าออก เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกปลอดภัยมากขึ้น อีกทั้งในส่วนของต้นทุนก่อสร้าง จะทำความร่วมมือกับพันธมิตรบริษัทวัสดุก่อสร้างต่างๆ จัดหาวัสดุก่อสร้าง ของใช้ต่างๆ ในราคาถูกมาจัดเป็นแพ็กเกจเสนอเป็นทางเลือกให้กับรายกลางและรายเล็ก
สำหรับนโยบายหลักด้านการส่งเสริมธุรกิจบ้านจัดสรร จะพยายามผลักดันให้บ้านเดี่ยวเติบโตต่อเนื่อง หลังจากหลายปีที่ผ่านมาตลาดบ้านเดี่ยวชะลอตัวลง และถูกคอนโดมิเนียมเข้ามาแทนที่ แต่เชื่อว่าแนวโน้มของตลาดบ้านเดี่ยวจะปรับตัวดีขึ้น โดยสมาคมจะทำประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงโอกาสของที่อยู่อาศัยแนวราบย่านชานเมืองที่ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าผ่าน คนซื้อบ้านที่ทำงานในเมืองจะมีทางเลือกมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องอยู่ในเมืองเท่านั้น ส่วนปัญหาด้านแรงงานขาดแคลน จะสนับสนุนให้สมาชิกเรียนรู้การใช้ระบบก่อสร้างสำเร็จรูปมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาแรงงาน ซึ่งอาจจะมีการพาไปดูงานที่มาเลเซียและออสเตรเลีย
นอกจากนี้ การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย ก็เป็นวาระสำคัญที่ต้องการเร่งดำเนินการ เช่น การขออนุญาตประปา ไฟฟ้า ยังไม่คล่องตัว โดยเฉพาะประปามีการปรับกฎเกณฑ์ให้ต้องว่าจ้างผู้รับเหมาผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถว่าจ้างได้เองเหมือนในอดีต ทำให้กระบวนการในการวางท่อประปาช้าและไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการพัฒนาโครงการมาก
วาระเร่งด่วนที่ 2 นายกคนใหม่ของวงการอสังหาฯ ต้องเร่งผลักดัน โดยเฉพาะการกลืนกินตลาดของรายใหญ่ที่วันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น แต่ลามไปยังตลาดต่างจังหวัด ซึ่งการรุกตลาดต่างจังหวัดอย่างหนักของรายใหญ่ อาจ “เร็ว” และ “แรง”เกินกว่าที่ท้องถิ่นจะตั้งรับได้ทันแล้ว ถ้าทั้งสองนายกตั้งใจหยิบเป็นวาระเร่งด่วนที่จะช่วยประคับประคองผู้ประกอบการรายเล็กกันจริงๆ จังๆ อานิสงส์คงจะเกิดกับตลาดอยู่ไม่ใช่น้อย







