
ตั้งศาลพิจารณาคดีนักท่องเที่ยวต่างชาติ
กระทรวงการท่องเที่ยวฯลุยตั้งศาลท่องเที่ยวยกระดับมาตรฐานการดูแลต่างชาติเดินทางเที่ยวไทย เทียบชั้นความปลอดภัยเท่าญี่ปุ่น
กระทรวงการท่องเที่ยวฯลุยตั้งศาลท่องเที่ยวยกระดับมาตรฐานการดูแลต่างชาติเดินทางเที่ยวไทย เทียบชั้นความปลอดภัยเท่าญี่ปุ่น
นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯได้หารือร่วมกับสำนักงานศาลยุติธรรม เตรียมจัดตั้งศาลท่องเที่ยว เร่งพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้แล้วเสร็จอย่างรวดเร็ว เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวตลอดการพำนักในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยมีความปลอดภัยเทียบเท่าประเทศญี่ปุ่น
ทั้งนี้ได้เตรียมดำเนินการใน 3 ขึ้นตอน ได้แก่ 1.ระยะเร่งด่วน จัดตั้งหน่วยงานการพิจารณาคดีนอกเวลา หรือศาลกลางคืน ( ไนท์ คอร์ท) 2. ระยะกลาง จัดตั้งแผนกพิจารณาตัดสินคดีท่องเที่ยว และ 3 การตั้งศาลท่องเที่ยว เพื่อพิจารณาคดีที่เจาะจงเฉพาะชาวต่างชาติเท่านั้น ซึ่งขั้นตอนนี้อาจใช้ระยะเวลาการดำเนินงานนาน รวมถึงเกี่ยวข้องการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลายฉบับ เบื้องต้นคาดว่าจะใช้ระยะเวลากว่า 1 ปี
นอกจากนี้ในวันที่ 1 พ.ค.นี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯเตรียมหารือร่วมกับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เพื่อวางแนวทางการปรับรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกัน เนื่องจากตำรวจเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม หากแนวคิดดังกล่าวเห็นชอบร่วมกัน กระทรวงการเตรียมลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย ระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และศาลยุติธรรม เพื่อให้ขั้นตอนต่างๆดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม
“กระทรวงเตรียมของบประมาณกลางปี 2556 เพื่อใช้สนับสนุนการทำงานกระบวนการยุติธรรมนอกเวลา เบื้องต้น จะจัดตั้งตามแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ อย่าง พัทยา ภูเก็ต กรุงเทพ ขณะที่พื้นที่แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆทางประธานศาลยุติธรรมเตรียมทำหนังสือให้คำแนะนำในการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว ควรเร่งรัดการทำงานให้รวดเร็วเป็นพิเศษ”นายสมศักย์ กล่าว
ด้านอัตราค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยอมรับว่าจะส่งผลต่อการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวลดลง แต่มั่นใจว่าภาพรวมการท่องเที่ยวไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาถึง 24.5 ล้านคน
พล.ต.ต. รอย อิงคไพโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า สถิติอาญากองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวในปีที่ผ่านมา มีการจับและดำเนินคดีเกี่ยวกับคดีท่องเที่ยวได้ทั้งสิ้น ประมาณ 3,805 คดี จากการรับแจ้ง 1,938 คดี เพิ่มขึ้น50% เมื่อเทียบกับปี 2554 มีการจับกุมและดำเนินคดีจำนวน 2,527 คดี แต่การรับแจ้งลดลง 5.% ยอดการรับแจ้งจำนวน2,61 คดี โดยคดีที่ครองแชมป์มีการกระทำผิดและจับได้อันดับ 1คือการกระทำผิดพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง จับได้ 1,436คดี เพิ่มขึ้น 1,067% จากปี 2554 ซึ่งมีการจับกุม จำนวน 123 คดี อันดับ 2 คือ คดี ก่อความวุ่นวาย วิ่งราว จับได้จำนวน 830 คดี ลดลง จากปี 2554 11.% จาก 943 ในปี 2554 และอันดับ 3 คือ ต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 455 คดี เพิ่มขึ้น 42%จากปี2554 จำนวน 263 คดี







