posttoday
สบน.วางกฎคุม"กู้มากอง"2ล้านล้าน

สบน.วางกฎคุม"กู้มากอง"2ล้านล้าน

29 เมษายน 2556

สำนักบริหารหนี้สาธารณะวางเกณฑ์กู้เงิน 2 ล้านล้าน ลั่นห้ามกู้มากอง ยันต้องมีแผนงานและทำสัญญาก่อนถึงจะจัดงบประมาณให้

สำนักบริหารหนี้สาธารณะวางเกณฑ์กู้เงิน 2 ล้านล้าน ลั่นห้ามกู้มากอง ยันต้องมีแผนงานและทำสัญญาก่อนถึงจะจัดงบประมาณให้

การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้เชิญผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) มาชี้แจงถึงสถานะทางการเงินของประเทศ

น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสบน. กล่าวว่า สภาพคล่องภายในประเทศเวลานี้นับมีจำนวมากอย่าง ตลาดตราสารหนี้อยู่ที่ประมาณ 8.6 ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นจังหวะเหมาะสมที่สุดที่จะดำเนินการกู้เงินมาลงทุนโดยใช้สกุลเงินบาทเป็นหลัก แม้ว่าต้นทุนการกู้เงินจากต่างประเทศอย่างไจก้าของญี่ปุ่นจะมีต้นทุนที่ถูกกว่าก็ตาม       

น.ส.จุฬารัตน์ กล่าวว่า ยอมรับว่าการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการต่างๆที่ผ่านมามีความล่าช้าจนเกิดปัญหางบค้างท่อ ซึ่งต้นเหตุไม่ได้อยู่กระทรวงการคลังแต่มาจากหน่วยงานเจ้าของโครงการที่จัดแผนการดำเนินงานล่าช้า

อย่างไรก็ตาม สบน.ได้รับทราบข้อห่วงใยจากทุกฝ่ายว่าการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทครั้งนี้จะเป็นการกู้เงินมากอง แต่สบน.มีแผนจัดการโดยสบน.จะดำเนินการเบิกจ่ายเงินกู้ให้เจ้าของโครงการก็ต่อเมื่อหน่วยงานเจ้าของโครงการได้จัดทำรายละเอียดการดำเนินโครงการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และแผนงาน และที่สำคัญต้องมีการทำสัญญาแล้วเท่านั้น เชื่อว่าวิธีนี้จะแก้ไขปัญหากู้เงินมากองได้

"โครงการที่นำดำเนินการตามแผนงานจะต้องทำสัญญาให้เสร็จภายในวันที่ 31 ธ.ค.2563 ตามที่บัญญัติไว้ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน มิเช่นนั้นสบน.จะไม่สามารถดำเนินการกู้เงินให้ได้ เว้นเสียแต่ว่าจะมีการแก้กฎหมายเพื่อขอขยายเวลาในภายหลัง"น.ส.จุฬารัตน์ กล่าว

ด้าน น.ส.พรเพ็ญ สดศรีชัย ผู้บริหารส่วนเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงิน สำนักนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวว่า สถานะทางการเงินของประเทศถือว่าติดลบ เนื่องจากภาคเอกชนเป็นหนี้ต่างประเทศจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ธปท.คาดการณ์ว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยให้อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจขยายตัวประมาณ 4-5% อย่างไรก็ตาม การจะทำให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประสบความสำเร็จจะต้องเน้นการเบิกจ่ายงบประมาณไม่ให้เกิดการกระจุกตัวและต้องไม่เกิดการกู้เงินมากองโดยที่ยังไม่มีโครงการ

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง