
กรุงไทยหน้าบานปล่อยกู้เทน้ำเทท่า
โพสต์ทูเดย์
— กรุงไทยแก้มปริ ไตรมาสแรกสินเชื่อทะลุ 2 แสนล้าน ทั้งปีโตสองหลัก ถ้าการเมืองไม่ดับฝันนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า แค่ไตรมาสแรกยอดอนุมัติสินเชื่อออกมาดีมากกว่า 2 แสนล้านบาท เมื่อหักยอดชำระหนี้คืนแล้วคิดเป็นอัตราเติบโตสุทธิ 7 หมื่นล้านบาท เติบโต 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และถึงตอนนี้ยังไม่เห็นสัญญาณการขอสินเชื่อชะลอหรือชะงัก
ดังนั้น ถ้าสินเชื่อโตได้ระดับนี้ทั้งปีจะได้เห็นยอดสินเชื่อเติบโตเป็นเลขสองหลักแน่นอน ซึ่งธนาคารกำลังเตรียมทบทวนเป้าหมายสินเชื่อในกลางปีนี้
อย่างไรก็ดี ปัจจัยเสี่ยงประการเดียวที่กำลังเผชิญคือ การเมือง
“
แค่ไตรมาสเดียวปล่อยสินเชื่อได้เป้าของทั้งปี ที่ตั้งไว้จะโต 7 หมื่นล้านบาท ในกลางปีก็ต้องมาปรับเป้าหมายสูงขึ้น เพราะบอร์ดคงไม่ปล่อยให้เรานั่งกันเฉยๆ แต่ตอนนี้ยังบอกอะไรไม่ได้ เพราะมีความไม่แน่นอนสูงมาก จากปัจจัยด้านการเมือง ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่อยากให้ลากยาว ถ้า 6 เดือนคงไม่ไหว คุยกันก็จบ ถ้าไม่คุยกันก็ไม่จบ” นายอภิศักดิ์ กล่าวนายอภิศักดิ์ กล่าวว่า สินเชื่อที่ขยายตัวดีมาจากโครงการที่ลงทุนไว้แล้ว โครงการไทยเข้มแข็ง ก็เข้ามาขอสินเชื่อหมุนเวียนเพิ่มขึ้น อีกทั้งภาคส่งออกดีขึ้น ส่วนภาครัฐก็เข้ามาขอสินเชื่อหลายหมื่นล้านบาท
สำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 9 เม.ย. ผู้ถือหุ้นหลายคนแสดงความไม่พอใจที่จ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.40 บาท ซึ่งน้อยกว่าปีที่แล้วที่จ่ายหุ้นละ 0.44 บาท น้อยกว่าธนาคารอื่น ทั้งๆ ที่มีกำไรในปี 2552 อยู่ 4,471 ล้านบาท น้อยกว่าปี 2551 ที่มีกำไร 4,919 ล้านบาท แต่จ่ายปันผลน้อยมาก
นายอภิศักดิ์ ชี้แจงว่า คณะกรรมการพยายามดูแลผลตอบแทนที่ดีที่สุดแก่ผู้ถือหุ้น โดยจ่ายเงินปันผลอยู่ที่ 40% ของกำไร สูงกว่าระบบที่จ่ายที่ 2030% ของกำไร แต่ขณะนี้ธนาคารหลายแห่งหันมาจ่ายปันผล 40% ของกำไรมากขึ้น
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้มีมติอนุมัติแต่งตั้งกรรมการใหม่อีก 2 คน แทนกรรมการที่หมดวาระลง โดยแต่งตั้งนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุดเป็นกรรมการอิสระ แทนนายพชร ยุติธรรมดำรง และแต่งตั้งนายนฤนาท รัตนะกนกผู้บริหารจากบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร เป็นกรรมการอิสระแทนนายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และได้เลือกนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง และนายสันติ วิลาสศักดานนท์ กลับเข้ามาเป็นกรรมการอีกวาระหนึ่ง







