
ปลุกลงทุนเมียนมาร์
หนุนเอสเอ็มอีแปรรูปอาหารทะเล วอนรัฐถกตั้งนิคมอุตฯเอื้อลดต้นทุน
หนุนเอสเอ็มอีแปรรูปอาหารทะเล วอนรัฐถกตั้งนิคมอุตฯเอื้อลดต้นทุน
ส.อ.ท.ดันเอสเอ็มอีกลุ่มอาหารทะเลแปรรูปลงทุนเมืองมะริด เมียนมาร์ หวังช่วยลดต้นทุนค่าแรง
นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่มอาหารกำลังผลักดันพื้นที่เมืองมะริด ประเทศเมียนมาร์ ให้เป็นแหล่งผลิตอาหารทะเลของผู้ประกอบการไทย โดยใช้แปรรูปอาหารทะเลขั้นพื้นฐาน เพราะไทยนำเข้าวัตถุดิบสัตว์น้ำประเภทปลาขนาดเล็ก เช่น ปลาดาบ ปูนิ่ม จากมะริดอยู่แล้ว
ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยนำเข้าวัตถุดิบจากเมืองมะริดซึ่งอยู่ทางใต้ของทวายเข้ามาทาง จ.ระนอง หรือผ่านด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ ส่งต่อไปยัง จ.สมุทรสาคร เพื่อแปรรูปสินค้าเป็นลูกชิ้น หรืออาหารในรูปแบบอื่นๆ
ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้ เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) การแปรรูปขั้นต้น เช่น การแร่เนื้อปลา ใน จ.สมุทรสาคร เป็นการใช้แรงงานเมียนมาร์ 100% โดยต้องจ่ายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่สูงมากสำหรับอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานมาก หากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถไปลงทุนในมะริดซึ่งใกล้แหล่งวัตถุดิบ ใช้แรงงานเมียนมาร์โดยจ่ายค่าแรงอัตราเมียนมาร์ แปรรูปสินค้าขั้นต้น แล้วค่อยส่งกลับมาทำเป็นลูกชิ้น ใช้เครื่องจักรและปรุงรสตามสูตรของไทย ที่ จ.สมุทรสาคร ก็จะลดต้นทุนได้อย่างมาก โดยเฉพาะส่วนของค่าแรง
“เมืองมะริดถือเป็นโอกาสของเอสเอ็มอี มีด่านการค้าถาวรที่ด่านสิงขร สามารถขนส่งสินค้าได้สะดวก มีถนนที่เอื้อต่อการขนส่ง สามารถนำรถห้องเย็นวิ่งไปถึงมะริดได้ ซึ่งผู้ประกอบการก็ทำกันอยู่แล้ว เพียงแต่ให้ไปลงทุนทำสินค้าขั้นต้น เพื่อลดต้นทุนการผลิต ก็จะเป็นประโยชน์ต่อเอสเอ็มอี” นายวิศิษฎ์ กล่าว
ทั้งนี้ ส.อ.ท. ต้องการให้ภาครัฐเข้ามา สนับสนุนการเจรจากับรัฐบาลเมียนมาร์เรื่องการเข้าไปลงทุน หรือหากเป็นไปได้ต้องการร่วมมือกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดนิคมอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูปที่เมืองมะริด สำหรับเอสเอ็มอี โดยกลุ่มอาหารได้เข้าไปดูลู่ทางมาแล้ว และจะเดินทางร่วมกับคณะของผู้แทนการค้าเพื่อสำรวจลู่ทางการค้าการลงทุนอีกครั้ง







