posttoday
นายกฯจูงเอสเอ็มอีลุยญี่ปุ่น

นายกฯจูงเอสเอ็มอีลุยญี่ปุ่น

29 เมษายน 2556

ดึง25บริษัทร่วมเดินทาง22-24พ.ค.นี้ หวังจับคู่ธุรกิจบุกขยายตลาดใหม่

ดึง25บริษัทร่วมเดินทาง22-24พ.ค.นี้ หวังจับคู่ธุรกิจบุกขยายตลาดใหม่

นายกฯ ควงเอสเอ็มอี โรดโชว์ญี่ปุ่น หวังใช้โมเดลแดนปลาดิบเพิ่มมูลค่าธุรกิจ

นางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (สสวท.) หรือสมาคมเอสเอ็มอี เปิดเผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เชิญชวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่อยู่ในสมาคมฯ ร่วมเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นพร้อมรัฐบาลระหว่างวันที่ 22-24 พ.ค.นี้ และเปิดให้พบปะ เรียนรู้ และจับคู่กับนักธุรกิจญี่ปุ่น เพื่อขยายตลาดใหม่ๆ

หวังขยายตลาดใหม่ จับคู่ธุรกิจ และเข้าไปเรียนรู้เอสเอ็มอีในประเทศญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จ ถือเป็นครั้งแรกที่เอสเอ็มอีไทยไปโรดโชว์ในต่างประเทศ

สำหรับผู้ประกอบการที่จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นมีจำนวน 25 บริษัท ใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ ชิ้นส่วนยานยนต์ อาหาร ท่องเที่ยว และงานดีไซน์ และในวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. กลุ่มอาหาร อัญมณี และก่อสร้าง มีกำหนดร่วมเดินทางไปประเทศศรีลังกาและมัลดีฟส์ต่อไป

“ถือเป็นครั้งแรกที่เอสเอ็มอีได้ร่วมโรดโชว์ไปกับรัฐบาล เชื่อว่าจะเป็นโอกาสได้เปิดตลาดใหม่ เพิ่มการส่งออกสินค้าและมองหาโอกาสลงทุนมากยิ่งขึ้น” นางเพ็ญทิพย์ กล่าว

สำหรับความคืบหน้าการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีวงเงิน 2 หมื่นล้านบาทนั้น นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะทำงานออกมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ได้สั่งการให้สมาคมฯ ไปวางรูปแบบตั้งกองทุน ในเบื้องต้นจะเป็นกองทุนที่ช่วยเหลือเอสเอ็มอีทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ ทั้งต้นทุน ค่าแรง และค่าเงินบาท เป็นต้น

โดยจะมีกระทรวงการคลังและสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) ทำหน้าที่ในกองทุนด้วย และงบจัดตั้งกองทุนนั้น รัฐบาลต้องทำเป็นงบประมาณประจำปี

นางเพ็ญทิพย์ กล่าวว่า การจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีครั้งนี้ เพราะที่ผ่านมาหลายกองทุนที่ตั้งขึ้นมีข้อจำกัดมากมาย ทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเงินกองทุนได้ยาก เช่น กองทุนเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ที่ตั้งขึ้นก่อนหน้านี้ มีเงื่อนไขจำนวนมาก จนทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ทำให้หลายโครงการที่จัดตั้งขึ้นไม่มีประสิทธิภาพและไม่ประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ จะเสนอรูปแบบจัดตั้งกองทุนต่อนายนิวัฒน์ธำรงในการประชุมร่วมกับสมาคมฯ ช่วงต้นเดือน พ.ค. และคาดว่าจะสรุปเป็นมาตรการช่วยเหลือได้อย่างเป็นทางการได้ช่วงกลางเดือน พ.ค.นี้

สำหรับปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมากในขณะนี้ สมาคมฯ ได้หารือกับสมาชิกที่เป็นกลุ่มส่งออกให้ทำสัญญาประกันความเสี่ยงค่าเงินบาทไว้ล่วงหน้า ในอัตราที่ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และหากค่าเงินบาทแข็งค่ามากขึ้นอีก และภาครัฐยังไม่มีมาตรการดูแลค่าเงิน หรือมีมาตรการที่ช้าเกินไป เชื่อว่าเอสเอ็มอีส่งออกจะได้รับผลกระทบรุนแรง

นอกจากนี้ ได้ส่งเสริมให้เอสเอ็มอีจับกลุ่มธุรกิจ เพื่อขยายตลาดส่งออกร่วมกัน โดยเฉพาะประเทศในอาเซียน กลุ่มอาเซียน+3 ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ รวมทั้งตลาดในกลุ่มประเทศแอฟริกาและเลือกตลาดส่งออกใหม่ที่ไม่ซื้อขายเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ หรือ ยูโร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท