
SET ลุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ทองคำระวังจบรอบรีบาวด์
ทิศทางตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นแรง โดยชะลอตัวที่บริเวณ 1,560+/5 จุด ซึ่งเป็นระดับที่เราให้เป้าหมายไว้
โดย...พงศืภัทร สิริพิพัฒน์
ทิศทางตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นแรง โดยชะลอตัวที่บริเวณ 1,560+/5 จุด ซึ่งเป็นระดับที่เราให้เป้าหมายไว้ แต่ในที่สุดสามารถปรับตัวขึ้นผ่านได้ แม้มีประเด็นเรื่องการออกมาตรการควบคุมเงินบาทของทางการ และตลาดเก็งกำไรว่าจะเป็นการใช้มาตรการลดดอกเบี้ย ซึ่งเป็นผลดีกับตลาดและหนุนหุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิทั้งในตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้น ในขณะที่พอร์ตบริษัทกลับมาเป็นผู้ที่ซื้อสุทธิต่อเนื่อง (อาจจะเป็นการ Arbitrage จากส่วนต่างของฟิวเจอร์สและหุ้น)
ทิศทางในสัปดาห์นี้ คาดว่าตลาดยังมีโอกาสแกว่งตัวขึ้นต่อ โดยแนวต้านประเมินอยู่ที่ 1,610 และ 1,625 จุด ที่เป็นจุดสูงสุดใหม่ โดยแรงซื้อเข้ามาเก็งกำไรผลประกอบการในกลุ่มหลักทรัพย์หรือกลุ่มเหล็กแม้ว่ากลุ่มหลักทรัพย์จะปรับตัวขึ้นแรงยังแนะนำให้ถือต่อ นอกจากนี้การทำจุดสูงสุดใหม่ของตลาดคาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนมาเล่นกลุ่มพลังงาน
ส่วนปัจจัยภายนอก ประเด็นที่ตลาดจับตาอยู่ที่การประชุม ECB จะมีการปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% ส่งผลให้ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐและจะกลับมาเป็นปัจจัยกดดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงราคาทองคำทางอ้อม นอกจากนี้ตลาดจับผลการประชุมเฟดในวันที่ 1 พ.ค.เช่นกัน คาดเฟดยืนยันถึงความจำเป็นในการลดดอกเบี้ยได้มากขึ้น
ทางด้านราคาทองคำรีบาวด์มาที่บริเวณแนวต้านสุดท้ายที่ให้ไว้ในสัปดาห์ก่อนที่ 1,480 เหรียญสหรัฐที่ให้ไว้ โดยไปทำจุดสูงสุดที่บริเวณ 1,485 เหรียญสหรัฐแล้วปรับตัวลง นอกจากนี้ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเร็วกว่า 2% ในช่วง 5 วันทำการที่ผ่านมาเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวขึ้นมากกว่าราคาทองคำโลก เราประเมินว่าการรีบาวด์ในรอบนี้มาที่บริเวณ 1,480 เหรียญสหรัฐนั้นมีโอกาสเป็นจุดสูงสุดของการรีบาวด์ในระยะสั้น แนะนำให้นักลงทุนที่ลงทุนในทองคำขายออกทั้งหมด
แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจเริ่มค่อยๆ ฟื้นตัวแล้วการทำ QE เพิ่มขึ้นอีกยังไม่เกิดขึ้น ฉะนั้นเราประเมินว่าความเสี่ยงขาลงของทองคำยังอยู่ในระดับสูงช่วงนี้ และในประเทศจะได้รับผลกระทบเพิ่มเติมหากค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่าพร้อมๆ กับการอ่อนตัวลงของราคาทองโลก ทางเทคนิคจะมีแนวรับหลักที่บริเวณ 1,430 และ 1,400 เหรียญสหรัฐ หากอ่อนตัวลงต่ำกว่า 1,400 เหรียญสหรัฐ จะเป็นการยืนยันของการอ่อนตัวลงทำจุดต่ำสุดใหม่
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนที่ซื้อเก็งกำไรสั้น โดยเน้นหุ้นในกลุ่มที่คาดว่าผลประกอบการจะออกมาดี ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มหลักทรัพย์ หรือกลุ่มเหล็กเหมือนเดิมที่ได้แนะนำไปสัปดาห์ก่อน รวมถึงหุ้นอย่าง THAI, PTTGC QH ในขณะที่หากจะทยอยเข้าใหม่ให้ทยอยซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน







