posttoday
เงินบาทผันผวน รอมาตรการรัฐ

เงินบาทผันผวน รอมาตรการรัฐ

29 เมษายน 2556

ในสัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบค่อนข้างกว้าง

ในสัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบค่อนข้างกว้างระหว่าง 28.90-29.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หากตลาดได้รับความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินนโยบายของภาครัฐ ก็น่าจะทำให้นักลงทุนยังอยากกลับมาถือสินทรัพย์ไทยซึ่งมีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจอยู่

แต่หากยังไม่มีความชัดเจน ค่าเงินบาทน่าจะอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าและมีการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างผันผวนอย่างในสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนจึงควรจับตามองและติดตามความเห็นของผู้กำหนดนโยบายที่จะมีผลต่อจิตวิทยาของตลาดอย่างมากในช่วงนี้

สำหรับในสัปดาห์ที่ผ่านมา สัญญาณจากเศรษฐกิจโลกสร้างความกังวลให้แก่นักลงทุนบ้าง อาทิ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (ตัวเบื้องต้น) หรือ PMI จากทั้งสหรัฐ จีน และยูโรโซน ที่ออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ดังนั้นโมเมนตั้มของเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นเรื่องที่เรายังไม่อาจวางใจได้ ในส่วนของเศรษฐกิจไทย ประเด็นร้อนคงหนีไม่พ้นเรื่องการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ดูเหมือนว่าตลาดยังอยู่ในโหมดแบ่งรับแบ่งสู้ต่อท่าทีและสัญญาณจากผู้กำหนดนโยบาย

ในช่วงกลางสัปดาห์ตลาดเริ่มเห็นข่าวการพิจารณาเรื่องออกมาตรการบางอย่าง เพื่อชะลอการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างชาติจนทำให้เงินบาททำสถิติใหม่แข็งค่ามากสุดในรอบ 16 ปี ในวันศุกร์ มีการประชุมหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานหลายฝ่าย ทั้งกระทรวงการคลัง ธปท. สศช. และสำนักงบประมาณ เรื่องแนวทางแก้ไขไม่ให้เงินบาทไม่แข็งค่ามากเกินไปและเหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ยังมีการรายงานจากปลัดกระทรวงการคลัง ว่า กระทรวงการคลังอาจลดสัดส่วนพันธบัตรรัฐบาล ที่มีอัตราดอกเบี้ยแปรผันตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อ (Inflationlinked bond) เพื่อเป็นหนึ่งในแนวทางแก้ปัญหาเงินบาทแข็งค่า

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ มีเพียงแต่คำให้สัมภาษณ์จากรัฐมนตรีคลังว่าที่ประชุมมองว่า ปัจจัยเรื่องส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยน่าจะเป็นเหตุจูงใจให้เห็นเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดพันธบัตรรัฐบาล แต่ดูเหมือนว่าภาครัฐอาจจะไม่จำเป็นต้องมีมาตรการใดๆ เนื่องจากความเป็นไปได้ของมาตรการเงินทุนได้ทำให้นักลงทุนต่างรู้สึกหนาวจนเห็นแรงเทขาย โดยเฉพาะในตลาดพันธบัตรที่นักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ขายสุทธิติดต่อกัน 2 วัน ตั้งแต่เริ่มมีข่าวลือเรื่องมาตรการ จำนวนเกือบ 5,000 ล้านบาท ส่งให้เงินบาทเหวี่ยงอ่อนค่าขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 2.45% จากต้นสัปดาห์ ไปแตะระดับสูงสุดที่ 29.42

ดังนั้น ความชัดเจนจึงถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้

นอกจากท่าทีของผู้กำหนดนโยบายแล้ว ข้อมูลเศรษฐกิจและปัจจัยที่ตลาดควรจับตามองในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การประกาศตัวเลขสำคัญของเศรษฐกิจไทยสำหรับเดือน มี.ค. จาก ธปท. อัตราการว่างงานและการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ รวมถึงการประชุมนโยบายการเงินของทั้งเฟดและอีซีบี

ค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดตลาดที่ระดับ 28.56 และปรับอ่อนค่าลงต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ตามความกังวลของนักลงทุนที่เกรงว่า ธปท.จะประกาศออกมาตรการบางอย่างเพื่อสกัดกั้นเงินทุนไหลเข้าที่ส่งผลให้เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงก่อนหน้า จนไปแตะระดับแข็งค่าสุดตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินต้มยำกุ้งในปี 2540 ที่ระดับ 28.55การเปลี่ยนทิศทางของค่าเงินเริ่มต้นมาจากมีข่าวลือในช่วงกลางสัปดาห์ว่า ธปท. กำลังจะออกมาตรการเก็บค่าธรรมเนียมต่อนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการขายพันธบัตรก่อนเวลาที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีเสียงคอนเฟิร์มอย่างเป็นทางการจาก ธปท. แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ข่าวนี้ถือว่ามีผลทางจิตวิทยาของนักลงทุน เนื่องจากเห็นแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติ สร้างความปั่นป่วนให้แก่เงินบาทที่เหวี่ยงขึ้นไปประมาณ 35 สตางค์ภายในวันเดียว และทำให้โมเมตัมของการแข็งค่าเริ่มหมดไป ในช่วงปลายสัปดาห์ เงินบาทกลับขึ้นไปอ่อนค่ามากสุดที่ระดับ 29.42 และอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ณ วันศุกร์ ดอลลาร์/บาท อยู่ที่ระดับ 29.36 (เวลาประมาณ 18.30 น.)

ค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.3078 โดยการซื้อขายของเงินยูโรในช่วงนี้ ถือว่าอยู่ในกรอบที่แคบลง การประกาศตัวเลขดัชนี PMI สำหรับเดือนเมษายน บ่งชี้ถึงความน่าเป็นห่วงของเศรษฐกิจยูโรโซน เนื่องจากในเดือนนี้กิจกรรมด้านการผลิตของเศรษฐกิจที่ใหญ่และแข็งแรงที่สุดในยูโรโซนอย่างเยอรมนีดูเหมือนจะเริ่มอ่อนแรงลง หลังจากดัชนี PMI ปรับลงอย่างไม่คาดคิด ขณะที่ตัวเลขของยูโรโซนเองก็ยังไม่มีสัญญาณกระเตื้องขึ้น ภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอดังกล่าวทำให้เกิดการเริ่มคาดการณ์ภายในตลาดว่าอีซีบีอาจจะต้องออกมาลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ยังมีข่าวดีเรื่องความคืบหน้าของการเมืองจากอิตาลีให้ตลาดได้เห็นบ้าง เงินยูโรยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า ณ วันศุกร์ ยูโร/ดอลลาร์ อยู่ที่ระดับ 1.2998 (เวลาประมาณ 18.30 น.) ค่าเงินเยน เปิดตลาดที่ระดับ 99.75 เงินเยนยังไม่สามารถปรับอ่อนค่าขึ้นไปถึงระดับ 100 ได้ เพราะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาข้อมูลของเศรษฐกิจโลกที่แสดงสัญญาณชะลอตัวลงบ้างนั้น ได้ทำให้นักลงทุนหันกลับไปถือเงินเยนซึ่งตลาดยังมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ค่อนข้างปลอดภัยอยู่ ในช่วงปลายสัปดาห์ ญี่ปุ่นประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสำหรับเดือนมีนาคม ซึ่งยังบ่งชี้ว่าญี่ปุ่นยังไม่สามารถออกจากภาวะเงินฝืดได้หลังจากดัชนีราคาผู้บริโภคออกมาติดลบมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์เสียอีก และในวันเดียวกันมีการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น ซึ่งได้มีการเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะออกจากภาวะเงินฝืดตามสูตร 222 หรือให้ญี่ปุ่นถึงเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% ภายในเวลา 2 ปี โดยการเพิ่มฐานเงินเป็น 2 เท่า โดยในการประชุมครั้งนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่นได้ประกาศการประมาณการเศรษฐกิจและเงินเฟ้อใหม่ ซึ่งบ่งชี้ว่าภายในปีงบประมาณ 2558/59 ญี่ปุ่นจะสามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อได้ และเศรษฐกิจจะขยายตัวในอัตรา 1.6% อย่างไรก็ตาม เงินเยนกลับไปแข็งค่าขึ้นบ้าง ซึ่งนี่อาจถือเป็นการบ่งชี้ว่าตลาดยังไม่แน่ใจว่าความพยายามของญี่ปุ่นในครั้งนี้จะสามารถเป็นจริงได้ตามหวังหรือไม่ ณ วันศุกร์ ดอลลาร์/เยน อยู่ที่ระดับ 98.72 (เวลาประมาณ 18.30 น.)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท