
คาดสภาพคล่องอาจตึงตัวไตรมาส2
สภาพคล่องมี.ค.56 ผ่อนคลายลงจากเดือนก่อนหน้า แต่อาจตึงตัวขึ้นจากสินเชื่อที่คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง เมื่อเข้าสู่ไตรมาส 2
สภาพคล่องมี.ค.56 ผ่อนคลายลงจากเดือนก่อนหน้า แต่อาจตึงตัวขึ้นจากสินเชื่อที่คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง เมื่อเข้าสู่ไตรมาส 2
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้รวบรวมข้อมูลสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยที่ประกอบด้วยธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง (เบื้องต้น) ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2556 เทียบกับสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2556 พร้อมประเมินแนวโน้มสภาพคล่องในระยะถัดไป โดยมีรายละเอียด ดังนี้
สภาพคล่องเดือน มี.ค.2556 ผ่อนคลายลง ท่ามกลางการแข่งขันระดมเงินฝากที่เข้มข้นอย่างต่อเนื่องของธนาคารพาณิชย์
ยอดเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สุทธิ ของ 14 ธนาคารพาณิชย์ไทย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2556 มีจำนวน 8.78 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.88 หมื่นล้านบาท จากยอดคงค้างที่ 8.75 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2556 (นำโดยการเพิ่มขึ้นของธนาคารพาณิชย์ขนาดกลางและขนาดเล็กเป็นหลัก ส่วนธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ปรับลดลง) หรือเติบโตร้อยละ 13.02 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่ชะลอลงจากเดือนกุมภาพันธ์ที่เติบโตได้ราว 14.85%ทั้งนี้ คงต้องยอมรับว่า เนื่องจากการเติบโตของสินเชื่อในเดือนที่ผ่านมาได้รับแรงกดดันจากการชำระคืนหนี้ของกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่บางส่วน ขณะที่ สินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อเอสเอ็มอียังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
ด้านยอดเงินฝาก มีจำนวน 9.49 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.08 แสนล้านบาท จากยอดคงค้างที่ 9.38 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2556 หรือเติบโตร้อยละ 23.00 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ ตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (ซึ่งมีตั๋วแลกเงินเป็นหนึ่งในองค์ประกอบ) มีจำนวน 7.81 แสนล้านบาท ลดลง 3.19 พันล้านบาทจากเดือนก่อนหน้า อันเป็นผลมาจากการครบกำหนดของตั๋วแลกเงิน ทั้งนี้ เมื่อรวมเงินฝากกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมแล้ว พบว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 10.27 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.04 แสนล้านบาท จากระดับ 10.17 ล้านล้านบาท ในเดือนก่อนหน้าหรือเติบโตราวร้อยละ 10.89 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทยในเดือนมี.ค.56 ผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า อันเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นของเงินฝากตามการแข่งขันระดมเงินออมอย่างต่อเนื่องของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเมื่อลดทอนผลจากการลดลงของตั๋วแลกเงินแล้ว ยอดรวมเงินฝากกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมยังคงมากกว่าการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ ดังสะท้อนให้เห็นผ่าน
- อัตราส่วนสินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (Gross Loans to Deposits and Borrowings) ที่ปรับลดลงมาที่ระดับร้อยละ 88.69 เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 89.22
- ส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องในงบดุลของธนาคารพาณิชย์ไทยตามความหมายกว้าง ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2556 สภาพคล่องดังกล่าวมีจำนวน 2.69 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.11 แสนล้านบาท จาก ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2556 โดยเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นขององค์ประกอบสภาพคล่องด้านเงินลงทุนสุทธิในตลาดเงินระยะสั้น ขณะที่ เงินลงทุนสุทธิในหลักทรัพย์ (รวมเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมสุทธิ) และเงินสดปรับลดลง ขณะที่ หากไม่รวมเงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมสุทธิแล้ว สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์จะอยู่ที่ระดับ 2.55 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2556 เพิ่มขึ้นเช่นกันจาก 2.43 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2556
แนวโน้มสินเชื่อ เงินฝากและสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 2/2556
เมื่อมองไปในไตรมาส 2/2556 แล้ว คาดว่า สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ไทยน่าจะยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ตามความต้องการสินเชื่อเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและเพื่อลงทุนขยายกิจการของผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และเอสเอ็มอี ท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่น่าจะสามารถประคับประคองการขยายตัวไปได้ ขณะเดียวกัน ความต้องการสินเชื่อของกลุ่มลูกค้ารายย่อยยังคงเป็นแรงส่งการเติบโตของสินเชื่อรวมที่สำคัญ ทั้งสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดี สอดคล้องกับการทยอยส่งมอบรถยนต์ตามโครงการรถยนต์คันแรกและกิจกรรมมอเตอร์โชว์ในช่วงท้ายไตรมาส 1/2556 ตลอดจนสินเชื่อเพื่อการบริโภคอื่นๆ อาทิ สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบัตรเครดิตที่น่าจะรักษาโมเมนตัมการเติบโตไว้ได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน ตามการจับจ่ายใช้สอยของครัวเรือนและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในช่วงวันหยุดยาวประจำไตรมาส 2/2556 ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประมาณว่าภาพรวมสินเชื่อธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศในไตรมาส 2/2556 น่าจะเติบโตได้ราวร้อยละ 12.0 - 13.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนภาพรวมสินเชื่อทั้งปี 2556 คาดว่าจะเติบโตที่ร้อยละ 10.0 - 13.0 (ค่ากลางเท่ากับร้อยละ 11.5)
ภาพการเติบโตของสินเชื่อธนาคารที่น่าจะรักษาโมเมนตัมไว้ได้อย่างต่อเนื่อง คงหนุนให้ธนาคารพาณิชย์ต้องระดมเงินฝากอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ทั้งเพื่อรักษาสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจหลักและเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดเงินฝากของตนเอง ท่ามกลางความต้องการระดมทุนจากภาคส่วนต่างๆ ที่น่าจะหนาแน่นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความต้องการระดมเงินออมของภาครัฐ ผ่านการออกพันธบัตรรวมไปถึงการระดมเงินออมของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ สำหรับรองรับการดำเนินธุรกรรมตามปกติและการดำเนินการตามนโยบายต่างๆ ของทางการ ตลอดจนความต้องการระดมทุนของภาคเอกชน ผ่านการออกตราสารทางเลือกอื่นๆ อาทิ การออกหุ้นกู้ การเสนอขายหุ้นทุน รวมถึงการออกกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น โดยคาดว่าเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืมในไตรมาส 2/2556 น่าจะเติบโตได้ในกรอบคาดการณ์ที่ร้อยละ 11.0 - 12.0 ส่วนภาพรวมทั้งปี 2556 คงเติบโตได้ร้อยละ 8.0 - 12.0 (โดยมีค่ากลางที่ร้อยละ 10)
ทั้งนี้ จากทิศทางการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อในไตรมาส 2/2556 ที่มีโอกาสสูงกว่าเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม คงกดดันให้ทิศทางสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทยในช่วงไตรมาส 2/2556 ทยอยตึงตัวขึ้นในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป (หรือทรงตัวเป็นอย่างน้อย) เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2556 ส่วนปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในช่วงไตรมาส 2/2556 คงได้แก่ ผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทต่อเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะผลต่อภาคการส่งออก ซึ่งเชื่อมโยงกับความต่อเนื่องของกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศและมาตรการดูแลทิศทางเงินบาทของทางการ เนื่องจากอาจมีผลสืบเนื่องมาถึงการขยายตัวของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ สภาพคล่องในองค์รวมของระบบการเงินไทย ตลอดจนการวางแผนระดมเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ในระยะถัดไป







