
ส่งออกหัตถกรรมโต10%
สวนพิษค่าเงินบาทแข็งค่าแรง300บาทตลาดใหม่อินเดียแนวโน้มสดใส
สวนพิษค่าเงินบาทแข็งค่าแรง300บาทตลาดใหม่อินเดียแนวโน้มสดใส
ยอดส่งออกสินค้าศิลปหัตถกรรมไทยโต 10% บาทแข็งไม่กระเทือน รับตลาดอินเดียกำลังซื้อสดใส
นางพิมพาพรรณ ชาญศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. เปิดเผยว่า ภาพรวมยอดการส่งออกสินค้าศิลปหัตถกรรมของไทยในปี 2556 คาดว่าจะเติบโต 10% จากปีก่อนที่มีมูลค่าประมาณ 900 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไม่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น และต้นทุนการประกอบธุรกิจที่สูงขึ้นจากค่าแรงงานวันละ 300 บาท เพราะมีตลาดใหม่ในการส่งออกมาจากประเทศอินเดีย
สำหรับประเทศอินเดียให้ความสนใจสินค้าศิลปหัตถกรรมของไทยสูงมาก เพราะชื่นชอบในศิลปวัฒนธรรมและงานฝีมือของคนไทย รองลงมาเป็นประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย โดยตลาดใหม่เหล่านี้เข้ามาทดแทนตลาดเดิม ได้แก่ ประเทศสหรัฐ และยุโรป ที่ยอดส่งออกชะลอตัวลงเล็กน้อยจากกำลังซื้อในประเทศหดตัวลง
ปัจจุบันไทยถือเป็นประเทศส่งออกงานศิลปหัตถกรรมที่มีมูลค่าส่งออกอันดับ 1 ในอาเซียน และเป็นอันดับ 15 ของโลก ซึ่งในอาเซียนยังไม่มีคู่แข่งมากนัก ส่วนปี 2555 ที่ผ่านมา ตลาดส่งออกไม่เติบโต เพราะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมที่มีต่อการผลิตสินค้าของผู้ประกอบการ
ขณะที่ภาพรวมตลาดศิลปหัตถกรรมในประเทศไทยปีนี้มีมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 5% จากปีก่อน โดยตลาดเติบโตได้ดีต่อเนื่อง เพราะความนิยมสินค้าที่ผลิตโดยคนไทยมีสูงมาก ประกอบกับเอสเอ็มอีที่ทำงานศิลปหัตถกรรมปรับรูปแบบดีไซน์ใหม่ให้มีรูปแบบร่วมสมัยมากขึ้น ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีจากคนรุ่นใหม่ที่นิยมซื้อสินค้าไปตกแต่งบ้านเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยที่ทำงานศิลปหัตถกรรมมีจำนวนหลายหมื่นราย โดยมีคนรุ่นใหม่สนใจเข้ามาทำอาชีพหัตถศิลป์มากขึ้น และปรับรูปแบบการดีไซน์เป็นงานร่วมสมัย ให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภค และความต้องการในตลาดโลก ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกของ ศ.ศ.ป.จำนวน 860 ราย และต้องการให้ผู้ประกอบการรายอื่นสนใจเข้ามาเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นเพื่อขยายเครือข่ายในประเทศและต่างประเทศ
พร้อมกันนี้ ศ.ศ.ป.ยังได้จัดงาน “เทศกาลนวัตศิลป์นานาชาติ 2556” ครั้งที่ 2 โดยรวมเรื่องงานศิลป์ งานแสดงศิลปหัตกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์นวัตศิลป์จากผู้ประกอบการไทย 180 คูหา และต่างประเทศ 40 คูหา จาก 20 ประเทศ พร้อมจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปต่างๆ ระหว่างวันที่ 25 พ.ค.นี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา คาดว่าจะมีประชาชนสนใจชมงานมาก กว่า 1 หมื่นคน







