
กสทฯบีบทรูรื้อสัญญา3จีเพิ่มส่วนแบ่งเค้ก
กสทฯ บี้ทรู แก้สัญญา 3จี ขยับส่วนแบ่งรายได้มากกว่า 20% หวั่นเสียเปรียบระยะยาว 14 ปี
กสทฯ บี้ทรู แก้สัญญา 3จี ขยับส่วนแบ่งรายได้มากกว่า 20% หวั่นเสียเปรียบระยะยาว 14 ปี
น.ท.สมพงษ์ โพธิ์เกษม กรรมการ บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า คณะกรรมการ (บอร์ด) มีนโยบายที่จะทบทวนรายละเอียดในสัญญาระหว่าง กสทฯ และกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อให้บริการเครือข่าย 3จี เทคโนโลยีเอชเอสพีเอ โดยจะเจรจาให้ทรูจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้กับ กสทฯ เพิ่มเติม จากเดิมที่ กสทฯ จะได้รับส่วนแบ่งจากสัญญานี้ประมาณ 23% ตลอดอายุสัญญา 14.5 ปี ซึ่งทำให้ กสทฯ เสียเปรียบทรู รวมทั้งยังไม่เป็นธรรมกับผู้ให้บริการรายอื่นในตลาดด้วย
เนื่องจากสัญญาที่เกิดขึ้นนั้น กสทฯ ตกอยู่ในฝ่ายเสียเปรียบอยู่แล้ว เพราะกำหนดให้บริษัท บีเอฟเคที ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น สร้างโครงข่ายให้ กสทฯ เพื่อขายให้บริษัทลูกของทรูอีกต่อหนึ่ง โดย กสทฯ ได้รับส่วนแบ่งที่ 23% แต่เมื่อหักค่าเช่าอุปกรณ์และการจ่ายค่าเช่าให้กับบีเอฟเคทีแล้วจะเหลือรายได้ 17% ซึ่งเป็นการรับรู้รายได้ทางบัญชี
ขณะเดียวกันการรับรู้รายได้จะเกิดขึ้นจริงก็ต่อเมื่อ กสทฯ มีการจ่ายค่าเช่าให้แก่บีเอฟเคทีแล้ว ซึ่งหากปล่อยไว้ กสทฯ ก็จะเสียเปรียบทรูไปจนตลอดอายุสัญญา
นอกจากนี้ การที่ทรูได้สิทธิในคลื่นของ กสทฯ ส่งผลให้ทรูมีต้นทุนเพื่อให้บริการ 3จี ต่ำกว่าผู้ให้บริการอื่น ดังนั้น กสทฯ ต้องเร่งสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันกับรายอื่นด้วย ในฐานะที่เป็นเจ้าของคลื่น เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำและสร้างความได้เปรียบให้กับรายใดรายหนึ่งมากเกินไป
สำหรับประเด็นการแก้ไขสัญญา 6 ข้อ จากสัญญาธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่เพื่อให้บริการ 3จี เทคโนโลยีเอชเอสพีเอ บนคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ ระหว่าง กสทฯ กับบริษัท บีเอฟเคที ตามมติของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กสทฯ พร้อมดำเนินการและได้ส่งร่างการแก้ไขไปให้ กทค.พิจารณาเห็นชอบ หลังจากนั้นจึงจะเข้าสู่การแก้ไขสัญญาฉบับจริง
อย่างไรก็ดี แม้การแก้ไขสัญญาจะเป็นไปตามมติ กทค. แต่ยังมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุน) ที่ขณะนี้รอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความอยู่
ขณะที่แนวทางการคืนคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ หลังสัมปทานของบริษัท ดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) และทรูมูฟ สิ้นสุดในเดือน ก.ย. 2556 กสทฯ จะขอขยายเวลากับ กทค.ออกไปอีก 12 ปี เพื่อโอนย้ายลูกค้าไปยังระบบใหม่ และจะไม่ถือครองคลื่นไว้อีก เพราะการเรียกคืนของ กทค.เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายที่จะต้องนำคลื่นไปเปิดประมูล เพื่อขยายบริการเพิ่มเติม ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลประโยชน์โดยรวมของประเทศ
อย่างไรก็ตาม บอร์ด กสทฯ ได้ให้ความเห็นชอบแผนรองรับความเสี่ยง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2556-2560 หลังรายได้จากสัมปทานกว่า 60% จะหายไป โดยจะเน้นการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและบริการโทรทางไกลระหว่างประเทศ ซึ่งจะสร้างรายได้ให้ กสทฯ เฉลี่ยปีละกว่า 1 หมื่นล้านบาท







