
เอสเอ็มอีปิดเฉียดแสนราย
ค่าแรง300บาทกระทบหนักทั่วประเทศครม.ไฟเขียวช่วยแค่4มาตรการ
ค่าแรง300บาทกระทบหนักทั่วประเทศครม.ไฟเขียวช่วยแค่4มาตรการ
หอการค้าโพลล์ ระบุค่าแรง 300 บาท ส่อแววเอสเอ็มอีปิดกิจการ 9.9 หมื่นราย โอดรัฐไร้มาตรการเยียวยา
เป็นเวลาเกือบ 4 เดือน หลังจากรัฐบาลมีนโยบายให้ปรับขึ้นค่าแรงทั่วประเทศเป็นวันละ 300 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้สำรวจผลกระทบค่าแรงขั้นต่ำจากผู้ประกอบการทั่วประเทศ จำนวน 600 ตัวอย่าง ในภาคเกษตร การค้า การบริการ และการผลิต พบว่า การปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท ส่งผลให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น 15.79% กำไรลดหรือขาดทุน 9.3% และต้องหาเครื่องจักรมาดำเนินการแทนเพิ่มขึ้น 14.17%
นอกจากนี้ เมื่อประเมินสถานประกอบการจากการจัดทำสำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรมของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในปี 2555 ที่มีอยู่ 2.25 ล้านราย ที่คาดว่าจะมีการปิดกิจการแล้ว 9.97 หมื่นราย ส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีที่มีแรงงาน 125 คน ปิดกิจการถึง 9.88 หมื่นราย
สำหรับมาตรการที่รัฐบาลออกมาช่วยเหลือผู้ประกอบการกรณีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ พบว่าไม่ได้รับการเยียวยาจากภาครัฐ 96.9% โดยสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยคือให้เงินชดเชยแรงงานขั้นต่ำ 47.7%
การสำรวจความเห็นสถานภาพแรงงานไทย พบว่าในภาพรวมดีขึ้น หลังมีการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท แต่ที่ยังเป็นห่วงคือภาระหนี้นอกระบบเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2555 จากการสอบถามภาระหนี้ครัวเรือน พบว่ามีหนี้สินนอกระบบ 51.9% และหนี้ในระบบ 48.1% เฉลี่ยมีหนี้สินต่อครัวเรือนรวม 9.84 หมื่นบาท และมีภาระผ่อนชำระเดือนละ 5,990 บาท
อย่างไรก็ตาม วันแรงงาน วันที่ 1 พ.ค.นี้ ประเมินว่าจะมีมูลค่าการใช้จ่ายในวันแรงงาน 1,921 ล้านบาท ขยายตัวเพียง 6.9% สะท้อนว่าการปรับขึ้นค่าแรงช่วง 4 เดือนแรกของปี 2556 สถานการณ์ด้านการเงินของผู้ใช้แรงงานยังตึงตัว ไม่คึกคักเหมือนปีก่อนที่มีเงินสะพัดเติบโตกว่า 10%
นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.มีมติอนุมัติมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากค่าแรง 4 มาตรการ คือ 1.โครงการคลินิกอุตสาหกรรม เพื่อช่วยเอสเอ็มอีภาคการผลิตพัฒนาผลิตภาพและลดต้นทุนจำนวน 3,236 ราย ใช้งบ 201.75 ล้านบาท 2.โครงการอัดฉีดเงินทุนหมุนเวียน โดยชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ 3% ในปีแรกสำหรับเอสเอ็มอีที่กู้เงินไม่เกิน 1 ล้านบาท คาดว่าจะช่วยได้ 6,300 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อ 6,300 ล้านบาท ใช้งบจากกองทุนสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) 200 ล้านบาท
3.การส่งเสริมการลงทุนของเอสเอ็มอี โดยยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร 3 ปี และยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี โดยผู้ประกอบการต้องยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2556 4.ยกเว้นค่าบริการต่อใบอนุญาตโรงงาน และค่าบริการการออกหนังสือรับรองสิทธิประโยชน์สำหรับเอสเอ็มอีที่ลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเป็นเวลา 2 ปี คือ ปี 2556-2557
สำหรับมาตรการที่เสนอแต่ ครม.ยังไม่อนุมัติ มี 3 มาตรการ คือ 1.การชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ 5% เป็นเวลา 5 ปี สำหรับเงินกู้ปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนเครื่องจักร 2.โครงการร่วมลงทุนกับเอสเอ็มอีเพื่อพัฒนาเครื่องจักร ไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อราย 3.การยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าบริการรายปี ตาม พ.ร.บ.โรงงาน อีก 3 ปี







