ปณิตา-ธิญาดา ควรสถาพร พี่น้องนักบริหาร
“ปณิตาและธิญาดา ควรสถาพร” เป็นพี่น้องคลานตามกันมาในวัย 27 และ 26 ปี ตามลำดับ ทั้งคู่เป็นบุตรสาวคนโตและคนรองของ “พนม” ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) ในบรรดาลูกทั้งหมด 6 คน
“ปณิตาและธิญาดา ควรสถาพร” เป็นพี่น้องคลานตามกันมาในวัย 27 และ 26 ปี ตามลำดับ ทั้งคู่เป็นบุตรสาวคนโตและคนรองของ “พนม” ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) ในบรรดาลูกทั้งหมด 6 คน
ภายในปีนี้ทั้งคู่จะต้องบริหารงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดขึ้น เพราะมีแนวโน้มว่า AGE จะรวมกิจการ บริษัท เอเชีย ไบโอ แมส ที่ “ธิญาดา” เป็นกรรมการผู้จัดการ เข้ามาเป็นบริษัทเดียวกัน จากเดิมเป็นธุรกิจของครอบครัวทั้งหมด
พี่สาวคนโตเป็นกรรมการบริหาร AGE มีหน้าที่ดูแลงานด้านข้อมูลสารสนเทศและกิจกรรมทางสังคมของ AGE ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอ ไอ (mai)
เธอจบปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ การเงินหลักสูตรนานาชาติที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จากนั้นไปเรียนภาษาจีนระยะสั้น 6 เดือน ที่เซี่ยงไฮ้ก่อนลัดฟ้าไปจบปริญญาโทด้านบัญชีการเงิน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ที่ออสเตรเลีย
เมื่อจบกลับมาได้ไปหาประสบการณ์เป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ 1 ปี ดูหุ้นในกลุ่มพลังงานเป็นหลัก ก่อนกลับมาช่วยงานบิดาเมื่อ 23 ปีก่อน
เธอเล่าว่า การไปหาประสบการณ์จากการเป็นพนักงานบริษัทอื่นก่อนทำให้รู้และเข้าใจในตัวพนักงาน และการเป็นนักวิเคราะห์มาก่อนแล้วมาทำงานในฐานะดูแลการให้ข้อมูลนักลงทุน ทำให้ได้มุมมองของนักวิเคราะห์ที่มองบริษัท ทำให้สามารถเตรียมข้อมูลไว้ได้ตรงตามต้องการ เพื่อนำเสนอผู้อำนวยการด้านการเงินและกรรมการผู้จัดการ รวมถึงการเตรียมคำให้สัมภาษณ์
ด้านน้องสาวจบปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ ออสเตรเลีย ด้านการค้าระหว่างประเทศ จากนั้นฝึกงานที่บริษัท ยูไอที บริษัทด้านขนส่งของสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน จากนั้นเข้ามาเป็นทีมจัดซื้อและทีมขายที่บริษัท เอเชีย ไบโอแมส ของครอบครัว ก่อนที่จะเลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และกรรมการผู้จัดการในที่สุด
“ธิญาดา” เล่าว่า บริษัท เอเชีย ไบโอแมส เป็นบริษัทที่ครอบครัวควรสถาพรถือหุ้นทั้งหมด โดยธุรกิจนี้ทำกันมาตั้งแต่สมัยอากง 60 ปีที่ผ่านมา เป็นธุรกิจแรกของครอบครัวที่ค้าขายกากของเสียจากขี้เลื่อย ขี้กบ กะลาปาล์ม ที่สามารถแปรเป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรมได้ ปัจจุบันมีถึง 20 ชนิด เรียกได้ว่าค้าขายกากของเสียที่แปรเป็นเชื้อเพลิงอย่างครบวงจร
ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาของที่ปรึกษาทางการเงิน คือ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ถึงแนวทางการระดมทุนว่าจะนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ หรือเข้ารวมเป็นบริษัทเดียวกับ AGE บริษัทนี้มีกำไรทุกปีประมาณ 100 ล้านบาท จากยอดขาย 1,200 ล้านบาท
สำนักงานของ AGE อยู่ในรั้วเดียวกับบ้านย่านฝั่งธนบุรี ทำให้ลูกสาวคนโตและ “พนม” ไม่ต้องทนลำบากกับการเดินทางไปทำงาน และปัจจุบันครอบครัวทั้งหมดยังใช้ชีวิตอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน
พี่น้องคู่นี้ชอบ ช็อปปิ้ง ดูหนังตามประสาสาวโสด


