
ดีลประวัติศาสตร์ไทย
‘ไทยพาณิชย์ภัทรกิมเอ็ง’กระเป๋าตุงบิ๊กล็อตหุ้นโรบินสันโผล่597ล้านบาท
‘ไทยพาณิชย์ภัทรกิมเอ็ง’กระเป๋าตุงบิ๊กล็อตหุ้นโรบินสันโผล่597ล้านบาท
ซีพี ออลล์ ซื้อกิจการแม็คโคร เป็นดีลประวัติศาตร์ตลาดหุ้นไทย ไทยพาณิชย์ภัทร–กิมเอ็ง ส้มหล่น
บริษัท ซีพี อออล์ (CPALL) เทกโอเวอร์บริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) เป็นดีลซื้อกิจการที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นไทย หากคำนวณเฉพาะในส่วนที่ซื้อหุ้นโดยตรงจากผู้ถือหุ้นใหญ่แม็คโครอยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาท และหากนับรวมกับการตั้งโต๊ะซื้อหุ้นที่เหลือจากผู้ถือหุ้นทั้งหมด ก็จะทำให้มูลค่าการซื้อขายกิจการนี้สูงกว่า 1.88 แสนล้านบาท
ก่อนหน้านี้ ดีลซื้อกิจการที่ใหญ่สุด คือ กลุ่มเทมาเซกแห่งสิงคโปร์ เข้ามาซื้อหุ้นชิน คอร์ปอเรชั่น จากตระกูลชินวัตร มีมูลค่ากว่า 7.6 หมื่นล้านบาท
ดีลซื้อกิจการค้าปลีกที่มูลค่ามหาศาลนี้ ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในระบบได้รับผลดีถ้วนหน้า เช่น ธุรกิจวาณิชธนกิจในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและธนาคารพาณิชย์ที่สนับสนุนสินเชื่อ โดยเฉพาะธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ซึ่งเป็นแกนนำหลักในการจัดหาเงินกู้ 1.8 แสนล้านบาท ก็จะทำให้สินเชื่อเติบโตก้าวกระโดดทันที
ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าไปเป็นที่ปรึกษาทั้งในการซื้อกิจการ คือ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร ก็จะมีรายได้และกำไรส่งผ่านให้กับธนาคารเกียรตินาคิน (KK) ส่วนที่ปรึกษาในการจัดทำคำเสนอซื้อหุ้นแม็คโคร ซึ่งมีชื่อของบริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในงวดปีนี้
แหล่งข่าวจากวงการตลาดทุน เปิดเผยว่า วันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา ทีมผู้บริหารซีพี ออลล์ นำโดย นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดแถลงข่าวดีลซื้อกิจการครั้งนี้ และมีการนำเสนอข้อมูลกับนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ด้วย โดยการซื้อหุ้นครั้งมโหฬารนี้ ซีพี ออลล์ จะไม่มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนแต่อย่างใด โดยจะใช้สินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ประมาณ 1 ปี หลังจากนั้นจะออกเป็นตราสารทางการเงิน
นักวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ ระบุว่า ซีพี ออลล์ ซื้อแม็คโครจะมีผลประโยชน์ร่วม จะมาจากเงื่อนไขทางการค้าและวอลุมการซื้อสินค้า เนื่องจากซีพี ออลล์ และแม็คโคร มีรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างกัน หากเทียบเคียงในปี 2554 บริษัทบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) ได้กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อม (EBITDA) 1.7 หมื่นล้านบาท จากการซื้อกิจการคาร์ฟูร์ มูลค่า 3.85 หมื่นล้านบาท โดยได้ประโยชน์จากการเจรจากับผู้ขายสินค้าและการควบรวมการดำเนินงาน
ปัจจุบันแม็คโครซื้อขายที่ พี/อี 46 เท่า สำหรับปี 2556 สูงกว่าซีพี ออลล์ ที่ พี/อี 30 เท่า จากการที่แม็คโครมีความสามารถในการทำกำไรน้อยกว่าซีพี ออลล์ จึงแนะนำให้ “ซื้อ” ซีพี ออลล์ โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 52 บาท
นักกลยุทธ์ กล่าวว่า ซีพี ออลล์ ไม่เพิ่มทุนในการซื้อกิจการ ครั้งนี้เป็นข่าวลบต่อหุ้นซีพี ออลล์ เนื่องจากการกู้เงินจำนวนมากจะมีภาระดอกเบี้ยสูงถึงปีละ 7,000 ล้านบาท แม้ว่าบริษัทมีความสามารถในการชำระหนี้ก็ตาม จากกำไรสุทธิของบริษัทปีละ 1 หมื่นล้านบาท และแม็คโครประมาณ 4,500 ล้านบาท แต่ผู้ถือหุ้นคงจะไม่ได้รับเงินปันผล โดยปัจจุบันบริษัทมีเงินสดในมือประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท
ด้านการซื้อขายหุ้นในวันที่ 23 เม.ย. ยังมีรายการซื้อหุ้นขนาดใหญ่ (บิ๊กล็อต) หุ้นบริษัทห้างสรรพสินค้าโรบินสันในส่วนต่างประเทศ (ROBINSF) จำนวน 7.96 ล้านหุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 75 บาท มีมูลค่ารวม 597 ล้านบาท







