posttoday
ผู้ถือหุ้นUVรุมซัก‘เจริญ’ถือหุ้นดีอย่างไร

ผู้ถือหุ้นUVรุมซัก‘เจริญ’ถือหุ้นดีอย่างไร

24 เมษายน 2556

ผู้ถือหุ้น UV รุมซักฐาปน “เสี่ยเจริญ” เข้าถือหุ้นดีต่อบริษัทอย่างไร คาดรายได้ปีนี้ 5,000 ล้าน

ผู้ถือหุ้น UV รุมซักฐาปน “เสี่ยเจริญ” เข้าถือหุ้นดีต่อบริษัทอย่างไร คาดรายได้ปีนี้ 5,000 ล้าน

เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา บริษัทยูนิเวนเจอร์ (UV) ได้จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ซึ่งในที่ประชุมได้มีผู้ถือหุ้นสอบถาม นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ที่เข้ามาเป็นกรรมการบริษัท ตัวแทนผู้ถือหุ้นใหญ่ ว่าการมีกลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดี เข้ามาถือหุ้นจะส่งผลดีต่อบริษัทอย่างไร

นายฐานปน ในฐานะกรรมการตัวแทนจากกลุ่มเจริญ กล่าวว่า คงไม่ใช่หน้าที่ของกรรมการจะเป็นผู้ตอบว่าหุ้นจะดีอย่างไร แต่จะเป็นผู้ถือหุ้นมากกว่ามีความมั่นใจต่อการบริหารงานของคณะกรรมการบริษัทอย่างไร และการที่ UV เป็นที่จับตามองของผู้ลงทุนน่าจะเป็นเพราะผู้ลงทุน มองว่าแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตน่าจะยังคงเติบโตได้ดี อย่างไรก็ตามนายฐาปนปฏิเสธเรื่องการเข้าซื้อทิปโก้ฟูดส์

ด้านนางอรดี ณ ระนอง ประธานอำนวยการ UV กล่าวว่า เหตุผลหนึ่งที่ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะผู้ถือหุ้นมีความมั่นใจต่อบริษัทและผู้บริหารก็ยินดีที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในฐานะของผู้บริหารก็มั่นใจในการบริหารงาน เพื่อให้กิจการมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและในปีนี้ คาดว่ารายได้ของบริษัทน่าจะอยู่ที่กว่า 5,000 ล้านบาท

สำหรับรายได้หลักยังคงมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ในไตรมาสแรกปีนี้ คาดว่าผลดำเนินงานจะออกมาแย่กว่างวดเดียวกันของปีก่อน เพราะไม่ได้มีการโอนคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นเลยในช่วงนี้ แต่จะไปเริ่มโอนในช่วงปลายไตรมาส 2 ถึงต้นไตรมาส 3 ซึ่งเป็นช่วงคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จ

ประธานอำนวยการกล่าวถึงการเข้าไปซื้อกิจการของบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (GOLD) เมื่อปีที่ผ่านมา ว่ารายได้ที่จะเกิดขึ้นกับบริษัทมาจากการพัฒนาอาคารที่สร้างเสร็จ การจำหน่ายทรัพย์ที่ไม่ใช่สินทรัพย์หลักของแผ่นดินทอง ซึ่งมีมูลค่าที่จะขายประมาณ 1,500 ล้านบาท เช่น สนามกอล์ฟ เป็นต้น เพื่อนำเงินที่ได้จากการขายมา พัฒนาธุรกิจหลัก เช่น ที่ดินข้างตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น

“การเข้าลงทุนใน GLOD น่าจะเห็นผลดีชัดเจนในช่วง 12 ปีข้างหน้า เพราะปีนี้ GOLD ยังต้องใช้เงินลงทุนอีกมากจึงยังไม่เห็นกำไร” นางอรดี กล่าว

ธุรกิจสังกะสีออกไซด์นั้น ปีนี้คาดว่าปริมาณการขายจะสูงกว่าปีที่ผ่านมาที่ขายได้ 1.4 หมื่นตัน เพราะว่าปีก่อนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทำให้ยอดขายไม่ดี แต่ในแง่ของราคายังไม่สามารถประเมินได้ แต่คาดว่าน่าจะลดลงตามราคาทองคำ โดยในปีที่ผ่านมาราคาสังกะสีลดลง 319 เหรียญสหรัฐต่อตัน มาอยู่ที่ 1,948 เหรียญสหรัฐต่อตัน

นายธนพล ศิริธนชัย กรรมการผู้จัดการ UV ตอบคำถามผู้ถือหุ้นที่แสดงความกังวลต่อภาวะฟองสบู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ว่า บริษัทระมัดระวังในการลงทุนมาโดยตลอด ทั้งในเรื่องของการเลือกซื้อที่ดินในการนำมาพัฒนา ขณะที่ราคาคอนโดมิเนียมของบริษัทเฉลี่ยอยู่ที่ 1.52 ล้านบาท บริษัทมีกลุ่มลูกค้า 1.52 ล้านบาท เป็นระดับที่ยังมีความต้องการของลูกค้า และอนาคตถ้าหากเกิดภาวะถดถอยในธุรกิจจริง เชื่อว่าผู้ประกอบการที่มีความมั่นคงในแง่ฐานะการเงินและแบรนด์ที่ดี จะสามารถอยู่รอดได้และเป็นโอกาสในการรุกคอนโดมิเนียมมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล