
แบงก์กรุงเทพยิ้มธุรกิจเมืองจีนติดลมบน
“บัวหลวง” ฟุ้งปล่อยกู้ในจีนโตเฉลี่ยปีละ 5% กางแผนขยายฐานลูกค้าธุรกิจในไต้หวัน มาเลเซีย อินโดนีเซีย
“บัวหลวง” ฟุ้งปล่อยกู้ในจีนโตเฉลี่ยปีละ 5% กางแผนขยายฐานลูกค้าธุรกิจในไต้หวัน มาเลเซีย อินโดนีเซีย
นายชาตรี โสภณพนิช ประธานกรรมการ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การปล่อยสินเชื่อของธนาคารจากสาขาในประเทศจีน ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 4 แห่ง ในเมืองปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เซี่ยเหมิน และเสิ่นเจิ้น มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 5% เป็นผลมาจากการที่ลูกค้าภาคธุรกิจในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และไต้หวัน ของธนาคารได้เข้าไปลงทุนในประเทศจีนจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดใหญ่และเอสเอ็มอี
“ในจีนเราใช้วิธีตามลูกค้าเข้าไป เช่น ลูกค้าในไต้หวัน มาเลเซีย อินโดนีเซียที่ต้องการจะขยายโรงงานเข้าไปในจีนซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้คุณภาพดี หากเกิดปัญหาขึ้นบริษัทแม่ก็ช่วยเหลือได้ สาขาในจีนของธนาคารจึงสามารถทำกำไรได้ตั้งแต่ปีแรกที่เปิดดำเนินการ” นายชาตรี กล่าว
นายชาตรี กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์ทางธุรกิจในจีนปีนี้ ธนาคารยังตั้งเป้าเติบโตสินเชื่อไว้ที่ 5% โดยจะยังเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าธุรกิจใน 3 ประเทศข้างต้นเป็นหลัก เนื่องจากธุรกิจไทยที่เข้าไปลงทุนในจีนยังมีสัดส่วนน้อย ส่วนใหญ่เป็นการเข้าไปลงทุนในลักษณะส่วนบุคคลของชาวไทยเชื้อสายจีน ขณะที่อุตสาหกรรมหรือบริษัทขนาดใหญ่นอกเหนือจากกลุ่มซีพีแล้ว ยังไม่มีใครเข้าไป
“กิจการในต่างประเทศของธนาคารจะคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับ 1 จีนถือเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพมากในเชิงนโยบาย กฎเกณฑ์ปัจจุบันค่อนข้างทันสมัย เวลาเขาห่วงอะไรจะป้องกันไว้ล่วงหน้า เพราะรู้ว่าถ้าเกิดขึ้นแล้วแก้ยาก เท่าที่ดูเชื่อว่าเศรษฐกิจจีนยังเติบโตได้ แต่อาจมีภาคอุตสาหกรรมครัวเรือนที่ดูร้อนแรงหน่อยต้องระวัง” นายชาตรี กล่าว
ด้านนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ในปีนี้ธนาคารเชื่อว่าแนวโน้มการออกไปซื้อกิจการและลงทุนในต่างประเทศของธุรกิจไทยจะยังมีให้เห็นอยู่ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการแข็งค่าของเงินบาท ทำให้ธุรกิจที่เคยวางแผนเอาไว้ในอนาคตอาจเริ่มคิดขยับแผนให้เร็วขึ้น ซึ่งถือเป็นทิศทางที่ดี เพราะธุรกิจไทยขณะนี้จำเป็นต้องเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับภูมิภาค
ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารกรุงเทพมีสัดส่วนรายได้จากกิจการในต่างประเทศอยู่ที่ 20% ของรายได้รวมของธนาคาร ผ่านเครือข่ายสาขาต่างประเทศทั้ง 13 แห่ง ได้แก่ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ลาว สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และเมียนมาร์







