posttoday
สิงห์เสียบช้างอีเวนต์บอลโลก

สิงห์เสียบช้างอีเวนต์บอลโลก

09 เมษายน 2553

 

อาร์เอสรับโซดาสิงห์รุกกิจกรรมช้างอ้างปรับแผนใหม่อุบเงียบโพสต์ทูเดย์ — อาร์เอส ดึงสิงห์เสียบ หลังช้างปรับกลยุทธ์บอลโลก ลดซื้อแพ็กเกจ ซุ่มแผนใหม่ ย้ำใช้งบกว่า 100 ล้านลุย

นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส ผู้บริหารลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตราช้าง ได้ลดการซื้อแพ็กเกจสนับสนุนการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก จากระดับแพลทินัม 50 ล้านบาท เหลือโกลด์ แพ็กเกจ 30 ล้านบาท โดยได้สิทธิเฉพาะการโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม อาร์เอส ได้ผลิต ภัณฑ์โซดาสิงห์เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดกิจกรรมออน กราวน์ แอคทิวิตี้ มูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท โดยจะมีการจัดกิจกรรมใหญ่ 5 จุด ได้แก่ ฟิวเจอร์ พาร์ค และเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ ในหัวเมืองใหญ่ 3 จุด ได้แก่ เดอะมอลล์ โคราช เซ็นทรัล แอร์พอร์ต เชียงใหม่ และไฮเทค ไนท์บาซ่า อุดรธานี

“การลดระดับการเป็นผู้สนับสนุนของช้างไม่กระทบต่อรายได้ บริษัทยังมีพันธมิตรรายอื่นๆ ที่สนใจเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนในการจัดกิจกรรมต่างๆ อีกหลายราย ซึ่งจะทยอยเปิดตัวเร็วๆ นี้” นายสุรชัย กล่าว

ปัจจุบัน อาร์เอส มีผู้สนับสนุนหลักในระดับแพลทินัมเหลือ 3 ราย ได้แก่ ยามาฮ่า เคลียร์ เมน และโค้ก ส่วนโกลด์ แพ็กเกจมี 11 ราย ได้แก่ ไวตามิ้ลค์ นีเวีย จักรยานแอล เอ ไบซิเคิ้ล กระทิงแดง สีเบเยอร์ เครือเอสซีจี ธนาคารทหารไทย แอมเวย์ ส่วนอีก 2 ราย คาดว่าจะเปิดตัวได้ในเร็วๆ นี้

อาร์เอส ตั้งเป้ารายได้จากการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 550 ล้านบาท แบ่งเป็นผู้ซื้อแพ็กเกจโฆษณาทางสื่อโทรทัศน์และการจัดกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุยกับพันธมิตรเพิ่มอีก 56 ราย โดยสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้จะไม่ยืดเยื้อไปจนถึงช่วงที่มีการแข่งขัน และเชื่อว่าจะมีเงินสะพัดในช่วงดังกล่าวกว่า 3,000 ล้านบาท

ด้านนายชาลี จิตจรุงพร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง ผู้บริหารผลิตภัณฑ์ตราช้าง เปิดเผยว่า บริษัทไม่ได้ตัดงบสนับสนุนการจัดกิจกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลกลง ยังคงใช้งบกว่า 100 ล้านบาท สำหรับกิจกรรมนี้ เพียงแต่การปรับแผนการซื้อแพ็กเกจโฆษณาจากอาร์เอสเพื่อความเหมาะสม และสอดคล้องกับกลยุทธ์ของเบียร์ช้างที่จะใช้ในช่วงดังกล่าว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

ทั้งนี้ เห็นว่าการแข่งขันบอลโลก 2010 ถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นยอดขายของเบียร์ช้างให้เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 20%

ปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นในไทยช่วงเดือน เม.ย.นี้ บริษัทมีความมั่นใจว่า จะไม่กระทบต่อการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกของอาร์เอส ที่จะมีขึ้นระหว่างเดือน มิ.ย.ก.ค.นี้ เพราะเชื่อว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะไม่ยืดเยื้อ ประกอบกับทิศทางเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง และผู้บริโภคอยู่ในอารมณ์ที่ต้องการผ่อนคลายความเครียดจึงหันมาดูฟุตบอลมากขึ้น ทำให้คาดว่า ยอดเงินที่สะพัดในช่วงฟุตบอลโลกครั้งนี้ตลอด 1 เดือนจะไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน

***สำหรับกรณีที่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ เบียร์ช้าง ได้ลดระดับการเป็นสปอนเซอร์ฟุตบอลโลก จาก แพลตทินั่ม ลดเหลือ เป็น โกลด์ สปอนเซอร์ และทำให้สปอนเซอร์ในระดับ แพลทินั่ม เหลือเพียง 3 ราย ได้แก่ ยามาฮ่า เคลียร์ เมน และโค้ก ไม่มีผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทแต่อย่างใด เพราะมีสินค้าอีกหลายรายการที่ขอเข้ามาเป็นพันธมิตรฟุตบอลโลกในครั้งนี้ และปัจจุบันได้ขายเวลาช่วงโฆษณาระหว่างการแข่งขันทั้งหมดเต็มแล้ว ซึ่งเหตุหลักที่เบียร์ช้าง ขอลดระดับการเป็นสปอนเซอร์มาจาก จำนวนจุดที่จะจัดกิจกรรมตรงกับจุดที่บริษัทมีแผนทำอยู่แล้ว จึงมองว่ามีหลายข้อจำกัดหลายด้าน ทำให้ขอถอยออกไปก่อน และทำให้ช้างได้สิทธิ์เพียงโฆษณาผ่านสื่อเท่านั้น แต่ไม่ได้สิทธิ์ทำกิจกรรมอย่างอื่น โดยเห็นว่า การขอลดระดับการเป็นสปอนเซอร์ในครั้งนี้ จะไม่มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางธุรกิจ มีเพียงด้านภาพลักษณ์เท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้ได้ประกาศตัวที่จะเป็น สปอนเซอร์ระดับแพลตตินั่มไว้แล้ว แต่ทั้งนี้ กลับส่งผลดีให้บริษัทสามารถเพิ่มแพคเกจให้แก่สปอนเซอร์รายใหม่ได้มากขึ้น

***ทั้งนี้ การเป็น สปอนเซอร์ ในระดับ แพลตทินั่ม ใช้เงินต่อบริษัท 50 ล้านบาท และโกลด์ สปอนเซอร์ ใช้เงิน 30 ล้านบาท ในปัจจุบันมีอยู่ 11 ราย ได้แก่ ไวตามิ้ลค์ นีเวีย จักรยานแอล เอ ไบซิเคิ้ล กระทิงแดง สีเบเยอร์ เครือเอสซีจี ธนาคารทหารไทย แอมเวย์ ส่วนอีก 2 ราย คาดว่าจะเปิดตัวได้ในเร็วๆ นี้

***ขณะเดียวกัน บริษัทได้เปิดตัว กิจกรรม ออน กราวน์ แอคทิวิตี้ ร่วมกับโซดา สิงห์ ที่ประกาศเข้ามาเป็น เมน สปอนเซอร์ ในกิจกรรมออน กราวน์ ที่บริษัทเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ทั้งหมด โดยสิงห์ใช้งบเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ในครั้งนี้ ใช้งบรวม 20 ล้านบาท และได้เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลัก จัดกิจกรรม ออนกราวน์ รวมทั้งหมด 5 จุด เท่านั้น ได้แก่ ฟิวเจอร์ พาร์ค และเซ็นทรัล รัตนาธิเบศ และในหัวเมืองใหญ่ 3 จุดได้แก่ เดอะมอลล์ โคราช, เซ็นทรัล แอร์พอร์ต เชียงใหม่ และไฮเทค ไนท์บาร์ซ่า อุดรธานี ซึ่งหาก สิงห์ต้องการจุดจัดกิจกรรมเพิ่มก็ต้องเข้ามาหารือกับบริษัทก่อนทุกครั้ง นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัว โคสปอนเซอร์ ทำกิจกรรม ออน กราวน์ ในอนาคตที่คาดว่าจะมีเข้ามาประมาณ 56 ราย และจะสร้างรายได้เข้ามาจากช่องทางนี้อีกประมาณ 1520 ล้านบาท โดยบริษัทมั่นใจว่า จะได้รับรายได้จากการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกในครั้งนี้รวม 550 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะมี รายได้ประมาณ 500 ล้านบาท

***ทางด้านแนวโน้ม ผลประกอบการของบริษัทในไตรมาสแรกนี้ เติบโตดีขึ้นทุกตัวในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งธุรกิจเพลง ธุรกิจสื่อ ดิจิตอล โดยเฉพาะธุรกิจดิจิตอลเติบโตแบบก้าวกระโดดมาก และสร้างกำไรขึ้นต้นไม่ต่ำกว่า 55% และคาดว่าสิ้นปีนี้ กำไรขั้นต้นจากธุรกิจดิจิตอลจะสูงถึง 60% อย่างแน่นอน ส่วนปัญหาการเมืองที่เกิดการชุมนุมประท้วงใจกลางเมือง กทม.นั้น ไม่มีผลกระทบต่อการจัดอีเว้นท์ของบริษัท เพราะในช่วงไตรมาสแรกบริษัทไม่ได้วางแผนจัดกิจกรรมหรืออีเว้นท์ แต่จะโหมจัดกิจกรรมอย่างหนักตั้งแต่เดือน พ.ค.เป็นต้นไป และหากสถานการณ์การเมือง ยืดเยื้อยาวนาน มองว่าจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจไม่ใช้เพียงธุรกิจของบริษัทเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน