
บอสสินีบุกชานเมือง
การเมืองไม่กระทบยอดขายรอบนอก
ทุ่ม20ล.ปรับภาพใหม่เจาะครอบครัวโพสต์ทูเดย์
— บอสสินี หนีปัญหากลางเมือง มุ่งขยายสาขารอบนอก หวังเจาะกลุ่มครอบครัว สอดรับภาพลักษณ์ใหม่ ทุ่ม 20 ล้าน ปรับแบรนด์น.ส.วิริยาภรณ์ มหาอุดมพันธ์ ผู้จัดการอาวุโสผลิตภัณฑ์แบรนด์ บอสสินี บริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า การชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นในย่านราชประสงค์ ส่งผลกระทบต่อยอดขายของบอสสินี ที่มี 3 สาขา ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สยามพารากอน และเซน แต่ไม่ได้ทำให้ยอดขายในภาพรวมลดลงมากนัก เนื่องจากมียอดขายเพิ่มขึ้นในสาขาชานเมืองเข้ามาทดแทน
สำหรับนโยบายปีนี้ บริษัทจะมุ่งขยายสาขาในห้างสรรพสินค้าย่านชานเมืองและต่างจังหวัดเป็นหลัก เนื่องจากเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นกลุ่มครอบครัว คาดว่าจะเปิดอีกไม่ต่ำกว่า 10 สาขา จากปัจจุบันมีอยู่ 72 สาขา เป็นเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า 52 จุดและร้านค้า
“
ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมทางการเมืองในศูนย์การค้าย่านกลางเมือง ทำให้ยอดขายต่อวันโดยรวมของบอสสินีลดลงไม่เยอะ เนื่องจากลูกค้าหันไปซื้อสินค้าในห้างชานเมือง เช่น บางนา ปิ่นเกล้าและลาดพร้าวทดแทน” น.ส.วิริยาภรณ์ กล่าวนอกจากนี้ ทิศทางการขยายสาขาของบอสสินีจะสอดรับกับการปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ใหม่ ให้เป็นแบรนด์สำหรับทุกคนในครอบครัว จากเดิมเน้นกลุ่มคนทำงานเป็นหลัก รวมทั้งมีสินค้าที่สอดรับกับความต้องการของทุกกลุ่ม มาที่เดียวได้สินค้าครบทุกคน ช่วยเพิ่มปริมาณการซื้อไปในตัว โดยปีนี้จะใช้งบประมาณ 20 ล้านบาท สำหรับปรับปรุงร้านและสื่อสารภาพลักษณ์ใหม่ของบอสสินีสู่ผู้บริโภค
น.ส.วิริยาภรณ์ กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้น 10% และคาดว่าทั้งปีจะขยายตัวในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 10% จากยอดขายรวมปีที่แล้วกว่า 300 ล้านบาท เนื่องจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่กลับคืนมา และเชื่อว่าภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองในขณะนี้ สินค้ากลุ่มแฟชั่นยังเติบโตได้ในปีนี้
สำหรับบอสสินี เป็นแบรนด์เสื้อผ้าของฮ่องกง ที่มีอยู่ 33 สาขาทั่วโลก โดยสาขาประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 5 ที่มียอดขายสูงสุด ไม่รวมจากประเทศจีน ขยับจากปีก่อนหน้านี้ที่มียอดขายอยู่ในอันดับ 6 หรือ 7 และถือเป็นแบรนด์เสื้อผ้านำเข้าที่ทำรายได้อันดับ 2 ให้กับกลุ่มไมเนอร์ฯ รองจากเอสปรี







