
การตลาดที่ดี
ผลการวิจัยจากพิตนีย์โบวส์ บริษัทสัญชาติสหรัฐ และศูนย์การวิจัยทางเศรษฐกิจและธุรกิจของอังกฤษ พบว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในอังกฤษโดยเฉลี่ยแล้วสามารถทำการตลาดได้เพียง 39% จากที่วางแผนไว้ แม้ว่าส่วนใหญ่จะตระหนักถึงข้อดีของการตลาดก็ตาม เนื่องจาก 36% ให้เหตุผลว่างบประมาณที่จำกัดเป็นอุปสรรคในการทำการตลาด
ผลการวิจัยจากพิตนีย์โบวส์ บริษัทสัญชาติสหรัฐ และศูนย์การวิจัยทางเศรษฐกิจและธุรกิจของอังกฤษ พบว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในอังกฤษโดยเฉลี่ยแล้วสามารถทำการตลาดได้เพียง 39% จากที่วางแผนไว้ แม้ว่าส่วนใหญ่จะตระหนักถึงข้อดีของการตลาดก็ตาม เนื่องจาก 36% ให้เหตุผลว่างบประมาณที่จำกัดเป็นอุปสรรคในการทำการตลาด
ทั่วไปแล้ว บริษัทเข้าใจความสำคัญของการทำการตลาด แต่หลายครั้งที่บริษัทโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี เลือกที่จะเลี่ยงการทำการตลาด หรือลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไป เพื่อไปให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว เนื่องจากมีงบประมาณจำกัด
ล่าสุด เว็บไซต์การ์เดียนของอังกฤษ จึงออกบทความให้คำแนะนำ 5 ประการ แก่ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีในการทำการตลาดภายใต้งบประมาณที่จำกัดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
1.วางแผน ธุรกิจเอสเอ็มอีควรทำการวิจัยคู่แข่งและตลาดที่ตัวเองทำธุรกิจอยู่ให้ดี โดยเปรียบตลาดเป็นมนุษย์คนหนึ่ง เพื่อค้นหาว่าปกติลูกค้าของตัวเองใช้อินเทอร์เน็ตอย่างไร ใช้ในเวลาไหน และตามหาอะไรบ้าง เพื่อให้เข้าใจกลุ่มลูกค้าและสามารถทำการตลาดได้ถูกที่และถูกจุด โดยธุรกิจเอสเอ็มอีสามารถหาข้อมูลทางการตลาดจากเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลเหล่านี้ได้
2.ตั้งเป้าหมายชัดเจน บริษัทควรจะตั้งเป้าหมายการทำการตลาดให้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำหนดการแผนการตลาดและวิธีชี้วัดความสำเร็จ เช่น ใช้การสอบถามหรือยอดขายภายในเว็บไซต์เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ นอกจากนี้เจ้าของธุรกิจก็ไม่ควรลังเลที่จะประเมินผลและปรับเปลี่ยนมาตรการทางการตลาดหากจำเป็นโดยตลอด เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนดเอาไว้
3.ทำตามเป้าหมาย สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การใช้วัตถุดิบทางการตลาดที่จำเป็นอย่างสอดคล้องกันภายใต้แผนการตลาดของบริษัทและเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น การใช้นามบัตรทางธุรกิจหรือใบปลิวต่างๆ บริษัทต้องชัดเจนว่าใช้เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ เพิ่มยอดขาย หรือเพื่อเป็นข้อมูลในการติดต่อ
4.ทำความรู้จักซัพพลายเออร์ท้องถิ่น เนื่องจากธุรกิจท้องถิ่นสามารถให้บริการได้ดีกว่าในบริเวณที่คุ้นเคยและรู้จักผู้เกี่ยวข้องที่สามารถช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีได้
5.ทำตัวเป็นผู้รู้ พยายามใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กในการให้ข้อมูลและคำแนะนำที่ดีเพื่อแปลงสถานะตัวเองให้เป็นผู้รู้ ผู้ประกอบการธุรกิจควรวางแผนและสร้างพื้นที่ในอินเทอร์เน็ตเพื่อให้ข้อมูลเหล่านี้







