
แอสเซทพลัสเชื่อจีนโตเกิน8%
บลจ.แอสเซท พลัส ไม่ห่วงไตรมาสแรกจีนชะลอตัว เชื่อทั้งปีโตกว่า 8% ดึงเงินไหลเข้า
บลจ.แอสเซท พลัส ไม่ห่วงไตรมาสแรกจีนชะลอตัว เชื่อทั้งปีโตกว่า 8% ดึงเงินไหลเข้า
นายสุพงศ์วร เมี้ยนโภคา ผู้จัดการกองทุนอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส เปิดเผยว่า บริษัทประเมินอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศจีนในปีนี้ยังมีโอกาสเติบโตมากกว่า 8% แม้ว่าไตรมาสแรกออกมาอยู่ที่ระดับ 7.7% แต่นักวิเคราะห์โดยทั่วไปคาดว่าการเติบโตของเศรษฐกิจจะสูงกว่า 8% ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป ประกอบกับแรงกดดันทางด้านเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำจากตัวเลขอัตราเงินเฟ้อจะลดลงเหลือ 2.1%
ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตปรับลดลงในเดือน มี.ค. จึงทำให้ความเสี่ยงด้านนโยบายการเงินของจีนอยู่ในระดับต่ำในช่วงไตรมาส 2 ขณะที่ตัวเลขด้านการผลิตของจีนยังคงแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา จึงมีโอกาสที่จะเห็นตัวเลขทางเศรษฐกิจของจีนดีขึ้นในไตรมาส 2 นี้
นายสุพงศ์วร กล่าวว่า สำหรับมุมมองการลงทุนในตลาดหุ้น แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงค่อนข้างผันผวน โดยปรับลดลงกว่า 6% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาจากปัจจัยหลัก ได้แก่ การประกาศมาตรการเพื่อลดความร้อนแรงในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การออกมาตรการเพื่อควบคุมสถาบันการเงิน และปัญหาการระบาดของไข้หวัดนกในประเทศจีน รวมทั้งความกังวลต่อปัญหาในคาบสมุทรเกาหลี
อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของธุรกิจต่างๆ ของบริษัทในจีนและฮ่องกงยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี ขณะที่ราคาหุ้นโดยรวมอยู่ในระดับต่ำ ราคาต่อกำไรสุทธิ (พี/อี) ของหุ้นเพียง 10 เท่า ซึ่งสะท้อนข่าวร้ายดังกล่าวไปแล้ว และเป็นเพียงตลาดหุ้นไม่กี่ตลาดที่ปรับลดลงในปีนี้ อีกทั้งบริษัทคาดว่าสภาพคล่องในตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีกระแสเงินไหลเข้าตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงจำนวน 1,152 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 30% ของกระแสเงินที่ไหลเข้าตลาดเอเชีย ทำให้บริษัทเริ่มมีมุมมองเป็นบวกเพิ่มมากขึ้นในตลาดฮ่องกง
“มองว่าปัจจัยกดดันดัชนีฮั่งเส็งจะลดลง และคาดว่าตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ จะออกมาสูงกว่าไตรมาสแรก ส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในตลาดหุ้นฮ่องกงสูงขึ้น ประกอบกับรัฐบาลยังเน้นสร้างการเติบโตจากภาคประชาชนและเอกชน” เช่น การบริโภคและการบริการพื้นฐานของคนชั้นกลาง ระบบประกันสุขภาพ การลงทุนภาคเอกชน รวมทั้งการลงทุนจากภาครัฐบาล หรือ เป็นต้น นายสุพงศ์วร กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทคงคำแนะนำให้ลงทุนตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงผ่านกองทุนเปิดแอสเซทพลัสเอชเอสไอ (ASPHSI) เมื่อดัชนีฮั่งเส็งปรับตัวอยู่ในกรอบ 21,500-21,700 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของดัชนีตั้งแต่ต้นปี โดยกองทุนมีนโยบายการลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีฮั่งเส็ง ซึ่งเป็นหุ้นบริษัทจดทะเบียนชั้นนำและขนาดใหญ่ที่สุดในจีนและฮ่องกง มีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน โดยทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 85-95% ของเงินลงทุนต่างประเทศ







