
เหมือน-ต่าง ทอง-อสังหาฯ
สวัสดีค่ะ มีคุณผู้อ่านท่านใดแอบซื้อทองเก็บไว้บ้างรึเปล่า เพราะในขณะที่เรากำลังเฉลิมฉลองสงกรานต์กันอย่างสนุกสนานนั้น เผลอเพียงแค่สัปดาห์เดียว ราคาทองคำอ่อนตัวลงไปมากกว่า 10% และยังมีแนวโน้มว่าราคาจะลงอีกอย่างต่อเนื่อง จนถึงขนาดที่มีนักวิเคราะห์บางท่านออกมากล่าวว่าเป็นการปิดฉากยุครุ่งเรืองของทองคำตลอด 10 ปีที่ผ่านมาเลยทีเดียวค่ะ
สวัสดีค่ะ มีคุณผู้อ่านท่านใดแอบซื้อทองเก็บไว้บ้างรึเปล่า เพราะในขณะที่เรากำลังเฉลิมฉลองสงกรานต์กันอย่างสนุกสนานนั้น เผลอเพียงแค่สัปดาห์เดียว ราคาทองคำอ่อนตัวลงไปมากกว่า 10% และยังมีแนวโน้มว่าราคาจะลงอีกอย่างต่อเนื่อง จนถึงขนาดที่มีนักวิเคราะห์บางท่านออกมากล่าวว่าเป็นการปิดฉากยุครุ่งเรืองของทองคำตลอด 10 ปีที่ผ่านมาเลยทีเดียวค่ะ
สาเหตุหลักๆ ก็มาจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนไป ไม่ว่าเป็นเศรษฐกิจสหรัฐที่เริ่มฟื้นตัว ความหวาดกลัวต่อเศรษฐกิจโลกที่ลดลง การคลายความวิตกกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้น การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย และการยกเลิกมาตรการผ่อนปรนทางการเงินของเฟด รวมถึงข่าวล่าสุดที่ธนาคารกลางไซปัสจะนำทองคำสำรองออกขายเพื่อหาเงินมากอบกู้ภาคการเงินภายในประเทศ ล้วนส่งผลกระทบต่อราคาทองคำที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น ทั้งนี้ เป็นเพราะว่าทองคำเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัย เป็นเหมือนหลักทรัพย์ค้ำประกัน ในภาวะที่เศรษฐกิจกำลังย่ำแย่ แต่เมื่อเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น นักลงทุนจะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า และส่งผลให้บทบาทของทองคำเริ่มลดลงตามไปด้วย
ทั้งทองคำและอสังหาริมทรัพย์มีความละม้ายคล้ายคลึงกันอยู่หลายประการ กล่าวคือ นอกจากจะเป็นสินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Assets) ที่มีความปลอดภัยและจับต้องได้แล้ว ยังเป็นการรักษาความมั่นคงให้กับผู้ถือครองในระยะยาว และเป็นเครื่องมือช่วยป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งหมายความว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น ราคาของทองคำและอสังหาริมทรัพย์ก็มักจะสูงขึ้นตามไปด้วย
อีกประการหนึ่งของความเหมือนกันของทองคำและอสังหาริมทรัพย์ คือ ทั้งสองประเภทเป็นสินทรัพย์ที่มีความเป็นอิสระจากผลตอบแทนของสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ โดยความสัมพันธ์ของผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนในทองคำหรืออสังหาริมทรัพย์ เปรียบเทียบกับหุ้น พันธบัตร เงินฝากธนาคาร มีค่าความสัมพันธ์ (Correlation) ต่อกันอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ทองคำหรืออสังหาริมทรัพย์เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนที่ดี ในยามที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนหรืออัตราผลตอบแทนจากการลงทุนมีแนวโน้มลดลงนอกจากนี้ ยังเป็นสินทรัพย์ที่มีโอกาสขาดทุนหรือมูลค่าลดต่ำลงจนเหลือศูนย์แบบหุ้นแทบจะไม่มีเลย เพราะทั้งทองคำและอสังหาริมทรัพย์เป็นสินทรัพย์ที่มีจำนวนอยู่จำกัด ในขณะที่มีผู้คนจำนวนมากต้องการจะได้ครอบครองเป็นเจ้าของ ย่อมเกิดเป็นแรงผลักดัน (Demandpull) ให้มีการปรับตัวของราคาสูงขึ้นไปตามกลไกตลาด หรือหลักการของอุปสงค์อุปทาน
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในทองคำหรืออสังหาริมทรัพย์นั้น ก็มีความแตกต่างและข้อจำกัดที่ไม่เหมือนกันในบางประการด้วยค่ะ อย่างเช่นการลงทุนในทองคำจะมีข้อดีกว่าอสังหาริมทรัพย์ ในแง่ที่ว่าทองคำสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือกันได้ทันทีเมื่อต้องการ รวมถึงมีต้นทุนในการซื้อขายและเก็บรักษาที่ต่ำกว่า แตกต่างจากอสังหาริมทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำ การซื้อขายเปลี่ยนมือต้องใช้เวลานาน และยังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในระหว่างการถือครองให้สอดคล้องกับช่วงเวลาของแผนการลงทุน เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าอีกด้วย
ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวกำหนดราคาของอสังหาริม ทรัพย์คือทำเลนั้น แต่ในขณะที่ปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวกำหนดราคาทองคำนั้น ได้แก่ ราคาทองคำในตลาดโลก และอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเนื่องจากประเทศไทยยังต้องนำเข้าทองคำจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ทำให้ราคาทองคำในประเทศ มีการปรับตัวขึ้นลงตามราคาทองในตลาดโลก ที่ถูกกำหนดอยู่ในรูปของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจากข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับค่าเงินบาท และราคาทองคำในประเทศ นับตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา พบว่าในช่วงเวลาที่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินบาท ราคาทองคำในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น
อีกประการหนึ่งที่สำคัญ คือ การถือครองทองคำไม่ได้มีการระบุกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ ทำให้มีความเสี่ยงจากการถูกลักขโมย แตกต่างกับการถือครองอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องมีการระบุชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์อย่างชัดเจน ทำให้การแอบอ้างความเป็นเจ้าของทำได้ยาก
จากทั้งหมดที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าการลงทุนในทองคำหรืออสังหาริมทรัพย์ แม้จะมีความน่าสนใจอยู่มาก แต่ก็มีข้อจำกัดบางประการที่มีความเหมือนและแตกต่างกันอยู่บ้าง ที่คุณผู้อ่านควรต้องศึกษาและพิจารณากันอย่างรอบคอบก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์ประเภทใดนะคะ







