
จับตาสศก.หารือแก้ยางราคาดิ่ง
สศก. นัดถกวันนี้ รับมือราคายางพาราตกหนัก หวั่นราคาหลุด 63 บาท/กก. ต่ำสุดรอบ 7 ปี เศรษฐกิจโลกแย่ดึงตลาดล่วงหน้า
สศก. นัดถกวันนี้ รับมือราคายางพาราตกหนัก หวั่นราคาหลุด 63 บาท/กก. ต่ำสุดรอบ 7 ปี เศรษฐกิจโลกแย่ดึงตลาดล่วงหน้า
ราคายางพาราตกต่ำลงจากความต้องการใช้ในตลาดโลกลดต่ำลง ล่าสุดลงมาอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 63 บาท เทียบกับต้นปี 2556 ที่ราคา กก.ละ 89 บาท และต่ำสุดในรอบ 7 ปี เมื่อเทียบกับปี 2549 โดยมีแนวโน้มจะต่ำลงไปอีก เนื่องจากผู้ซื้อรายใหญ่อย่างจีนและญี่ปุ่นต่างมีสต๊อกยางเพิ่มต่อเนื่อง
นายวิทย์ ประทักษ์ใจ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) กล่าวว่า ในวันนี้ (22 เม.ย.) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้นัดหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการรับมือสถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำ จากปัจจัยต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ราคาทองคำราคาน้ำมัน และตลาดหุ้นที่ลดลง ที่ล้วนสัมพันธ์กับราคายางในตลาดซื้อขายล่วงหน้าและตลาดยางทั่วไป
“ขณะนี้สถานการณ์ราคายางพาราถือว่าอาการหนักมาก เพราะปกติช่วงนี้ราคายางจะต้องปรับตัวสูงขึ้น เพราะผลผลิตออกมาน้อย แต่ราคากลับลดลง ขณะที่อีก 1 เดือนข้างหน้าที่ผลผลิตยางจะเริ่มออกสู่ตลาดมากขึ้น อาจทำให้ราคายางร่วงลงมาอีกจากปัจจุบันที่ 63-64 บาท/กก.ได้” นายวิทย์ กล่าว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สกย.ได้ดำเนินนโยบายให้เกษตรกรโค่นต้นยางแก่ เพื่อลดปริมาณยางพาราที่จะออกสู่ตลาด โดยมีเป้าหมาย 2.5 แสนไร่ และเกษตรกรมีการขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มเฉลี่ยปีละ 3% แต่ปีนี้คาดว่าจะเพิ่มไม่มากนัก เพียง 5 แสนไร่เท่านั้น คือ จาก 18.5 ล้านไร่ เป็น 19 ล้านไร่ เพราะราคาไม่จูงใจให้มีการขยายพื้นที่ปลูกเพิ่ม
นายพงษ์ศักดิ์ เกิดวงศ์บัณฑิต นายกกิตติมศักดิ์สมาคมยางพาราไทย กล่าวว่า ราคายางพาราที่ตกต่ำมาจากความกังวลเรื่องเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น ขณะที่ทองคำและน้ำมันในตลาดโลกราคาลดลง ทำให้เกิดจิตวิทยาให้ราคาซื้อขายยางพาราลดต่ำด้วย แต่เชื่อว่าจะเป็นเพียงช่วงสั้นๆ เท่านั้น
ราคายางที่ตกต่ำลงยังทำให้ชาวสวนยางไม่พอใจ และเตรียมเคลื่อนไหวในสิ้นเดือน เม.ย.นี้ โดยชาวสวนคาดว่ามีโอกาสจะได้เห็นราคายางที่ กก.ละ 40 บาท







