
ไอทีสบช่องเออีซีดันธุรกิจพุ่ง
เดลล์หนุนเอสเอ็มอีบุกต่างประเทศ ไมโครซอฟท์สร้างฐานลูกค้าเพิ่ม
เดลล์หนุนเอสเอ็มอีบุกต่างประเทศ ไมโครซอฟท์สร้างฐานลูกค้าเพิ่ม
เดลล์ไมโครซอฟท์ รับกระแสเออีซี จัดสินค้าบริการ สร้างฐานลูกค้าเพิ่ม หนุนธุรกิจไทยโกอินเตอร์
นายเอกราช ปัญจวีณิน ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เดลล์ใช้งบลงทุนด้านไอทีเพิ่มขึ้น 12% ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี โดยมีการจัดตั้งแผนให้บริการที่ปรึกษากับบริษัทที่ต้องการขยายสาขารับเออีซี มีตั้งแต่บริการขนาดเล็กเฉพาะทางถึงแบบครบวงจร
ทั้งนี้ มีกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมที่เริ่มมาใช้บริการเพื่อรับเออีซี เช่น บริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเกษตร เกษตรแปรรูป และอาหารสด ซึ่งมีเข้ามาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 บริษัท เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ใช้นวัตกรรมในกระบวนการผลิตเกือบทุกขั้นตอน จึงมีจุดแข็งโดดเด่นกว่าประเทศเพื่อนบ้านและมีศักยภาพไปขยายสาขาได้ เช่น เวียดนาม กัมพูชา ลาว และเมียนมาร์ ส่วนอุตสาหกรรมอื่นที่มีแนวโน้มจะเข้ามาใช้บริการเพื่อบุกตลาดเออีซี เช่น โรงงานผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
นอกจากนี้ คาดว่าจากการตื่นตัวของกลุ่มลูกค้าที่จะไปบุกตลาดเออีซี จะทำให้สัดส่วนรายได้กลุ่มนี้มีสัดส่วนมากกว่า 10% เติบโตจากปีที่ผ่านมาที่มีสัดส่วนรายได้ลูกค้ากลุ่มนี้อยู่ที่ 23% เท่านั้น แสดงให้เห็นว่ามีโอกาสอีกมากในตลาดลูกค้ากลุ่มนี้
สำหรับทิศทางธุรกิจของเดลล์ในปีนี้ จะเน้นผลิตภัณฑ์ที่เป็นโอเพนแพลตฟอร์ม สามารถใช้งานร่วมกันได้ทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ทั้งของเดลล์และแบรนด์อื่นๆ เพื่อลดการลงทุนให้กับลูกค้า เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีการใช้งานไอทีมาก เช่น ธุรกิจประกัน โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าและบริการจะสอดคล้องกับตลาดอาเซียนมากขึ้น
น.ส.ศิริพร พัชรวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ไมโครซอฟท์เป็นบริษัทโกลบอลที่มีการทำตลาดทั่วโลกอยู่แล้ว การเปิดเออีซีเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นจึงไม่ใช่ปัญหาในการทำตลาด ดังนั้นไมโครซอฟท์จะเน้นสร้างการเข้าถึงการใช้ไอทีส่วนบุคคลให้มากขึ้น เพื่อสร้างผู้ใช้สินค้าและบริการของไมโครซอฟท์ในทุกระดับชั้น รวมถึงโครงการยูธสปาร์ค ที่ไมโครซอฟท์จะร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ในประเทศไทยพัฒนาการใช้งานไอทีให้เยาวชนอายุ 1630 ปี จำนวน 14 ล้านคน ภายในเวลา 3 ปี
นายเอกราช กล่าวว่า ทิศทางการทำธุรกิจของเดลล์ปีนี้ จะเน้นไปที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยใช้เทคโนโลยีร่วมสมัย ได้แก่ การให้บริการระบบเปิด ทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ให้สามารถเชื่อมต่อกับฮาร์ดแวร์ และซอฟท์แวร์ของรายอื่นได้ง่าย รวมทั้ง เพื่อลดอุปสรรคในการพัฒนาระบบ
นอกจากนี้จะพัฒนาเรื่องการเข้าถึงระบบได้เร็วขึ้น เชื่อมต่อระบบทุกระบบให้เป็นผืนเดียวกันไม่ต้องแยกเป็นคนละส่วน เน้นให้ลูกค้าขยายหรือพัฒนาระบบแบบค่อยเป็นค่อยไป ลงทุนไม่มาก และปรับปรุงให้ระบบเรียนรู้เรื่องบางเรื่องเองได้ ตัดสินใจแทนได้ว่าควรเรียงลำดับเรื่องใดสำคัญก่อนหรือหลัง โดยบริษัทจะเน้นเจาะตลาดกลุ่มธุรกิจที่มีความต้องการพัฒนาเทคโนโลยีให้ร่วมสมัยมากขึ้น เพราะปัจจุบันยังใช้เทคโนโลยีแบบเดิมๆ อยู่ เช่น ธุรกิจประกั
น และโรงงานผลิตอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ เป็นต้น
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายให้ผู้บริโภค จะเน้นออกแบบให้สอดคล้องกับความชื่นชอบของตลาดอาเซียนมากขึ้น คือ ผลิตภัณฑ์บาง เบา ขนาดไม่ใหญ่ ใช้สีโทนเงิน นอกจากนี้ยังปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้เป็นแบบหน้าจอสัมผัสมากขึ้น และเปิดสาขา แสดงผลิตภัณฑ์ของเดลล์มากขึ้น ซึ่งจะเห็นชัดเจนครึ่งปีหลังนี้ จากปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 14 สาขาทั่วประเทศ
ข้างหน้า
“การใช้โอเพนแฟลตฟอร์มอาจจะเปิดกว้างแต่ก็ไม่มีเจ้าภาพที่ชัดเจนในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ถ้าใช้สินค้าและบริการของไมโครซอฟท์จะได้รับการดูแล มีการพัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือได้รับการยอมรับจากองค์กรต่างๆ ทั่วโลก จะง่ายต่อการบุกตลาดเออีซี เช่น ไมโครซอฟท์ออฟฟิศ วินโดวส์ 8 สไกป์ ทั้งหมดมีการใช้อย่างแพร่หลายในทุกประเทศ ตอนนี้มีคนกลุ่มหนึ่งใช้ไปก่อนแล้ว ตอนนี้ต้องผลักดันให้คนกลุ่มใหญ่นำไปใช้ให้มากขึ้น” น.ส.ศิริพร กล่าว







