
สรุป ข่าวหุ้น-ตลาดหุ้น
ผลพวงความร้อนแรงของราคาทองที่ร่วงลงแรงสุดในรอบ 33 ปีจากราคาปิด
ผลพวงความร้อนแรงของราคาทองที่ร่วงลงแรงสุดในรอบ 33 ปีจากราคาปิดวันศุกร์ 12 เม.ย. ที่ 1,501 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือ 21,450 บาท ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลวันหยุดสงกรานต์ ได้ดิ่งไปถึงระดับ 1,328 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ทำให้คาดการณ์ราคาทองจะปรับลงต่ำกว่า 1.9 หมื่นล้านบาท ส่งผลกระทบให้มีผู้ลงทุนในสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า (โกลด์ฟิวเจอร์ส) ที่เปิดการซื้อขายวันที่ 17 เม.ย. จะมีสถานะคงค้างที่ต้องถูกบังคับขายกว่า 1 หมื่นสัญญา หรือ 2,500 บัญชี ทำให้ทางตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ต้องรีบแจ้งและปรับปรุงรายการการซื้อขายรายใหญ่ (Block Trade) กำหนดให้ซื้อขายขั้นต่ำได้ 1 สัญญา จากเดิมกำหนดขั้นต่ำที่ 100 สัญญา รวมทั้งได้หารือกับโบรกเกอร์ทองคำเพื่อสอบถามสถานะทั้งของโบรกเกอร์ทองคำและลูกค้าว่าได้รับผลกระทบขนาดไหน
วันที่ 17 เม.ย. ราคาทองได้ปรับลึกถึง 2,400 บาท จนประชาชนได้แห่ไปซื้อทองคำแท่งและรูปพรรณที่เยาวราชกันตั้งแต่เช้า ส่งผลให้การจราจรย่านนั้นติดขัด จนร้านทองต้องแจกบัตรคิวให้ผู้ซื้อทองคำแท่งถึง 500 คิว และต้องมารับทองวันที่ 24 เม.ย. ขณะที่ราคาทองคำขึ้นลง 8 ครั้ง ราคารับซื้อ 18,850 บาท และขายออก 18,950 บาท
ด้านโกลด์ฟิวเจอร์ส พอเปิดทำการซื้อขาย 09.45 น. ราคาซื้อขายปรับลงทันที 10% ทำให้ต้องหยุดการซื้อขายทันที 30 นาที และเพื่อป้องกันความเสี่ยงให้ผู้ลงทุนสำนักหักบัญชี (ประเทศไทย) ได้เพิ่มอัตราการวางหลักประกันชั้นต้นกับลูกค้าโกลด์ฟิวเจอร์ส ที่อ้างอิงทองคำขนาด 50 บาท เป็น 7.6 หมื่นบาทต่อสัญญา หรือเพิ่มขึ้นมา 33% จากเดิมอยู่ที่ 5.7 หมื่นบาทต่อสัญญา ซึ่งจะมีผลอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 22 เม.ย.นี้
อย่างไรก็ดี ราคาทองคำยังลดลงต่อเนื่อง จนมีการแจ้งว่าร้านทองเริ่มมีการตั้งแง่กับลูกค้า ตั้งแต่เปิดช้ากว่ากำหนดเวลาเดิม และมีข้อกำหนดให้ซื้อขายเป็นเงินสดหรือบัตรเดบิต โดยไม่รับเช็คหรือซื้อด้วยบัตรเครดิตเด็ดขาด
อย่างไรก็ดี วันทำการสุดท้ายที่ 19 เม.ย. สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำแท่งรับซื้อคืนบาทละ 19,150 บาท ขายออก 19,250 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อคืนบาทละ 18,874.20 บาท ขายออก 19,650 บาท เพิ่มขึ้น 250 บาท
ธนรัชต์ พสวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ห้างขายทองฮั่วเซ่งเฮง เปิดเผยว่า ขณะนี้สร้อยทองคำน้ำหนัก 1 บาทของร้านฮั่วเซ่งเฮง 5 สาขาที่เยาวราชขายหมดเกลี้ยงแล้ว และหลอมไม่ทันต้องแจกเป็นใบจองแทน ส่วนทองคำแท่งก็ขายดีเช่นกัน แม้ว่าราคาทองคำเริ่มปรับตัวขึ้นแล้ว แต่ลูกค้ายังเข้ามาซื้อกันอย่างเนืองแน่น เพราะไม่เคยเห็นทองราคาตกมากขนาดนี้ และลูกค้าได้รอมานานแล้ว
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ต้นปีที่ราคาทองคำแท่งอยู่ที่บาทละ 2.4 หมื่นบาท จนราคาปรับลดลงเหลือประมาณ 1.9 หมื่นบาทในปัจจุบัน นับว่าราคาได้ลดลงมาถึง 26% แล้ว
1. หุ้นดีได้กำไร บจ.หนุน
ตลาดหุ้นไทยหลังช่วงเทศกาลวันสงกรานต์เปิดตัววันแรก ดัชนีก็ปรับตัวลดลงท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนที่ขยายตัวต่ำกว่าคาดการณ์ รวมไปถึงความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิดที่บอสตัน สหรัฐ ก่อนที่จะปรับเพิ่มขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากข้อมูลผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาสแรกที่ออกมาดี โดยเฉพาะผลประกอบการกลุ่มธนาคารพาณิชย์ทั้ง 9 แห่ง จากที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นทั้งหมด 11 แห่ง มีกำไรสุทธิ 4.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 3.4 หมื่นล้านบาท
ดัชนีสัปดาห์นี้ปิดที่ 1,545.46 จุด เพิ่มขึ้น 1.19% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 21.62% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 51,115.22 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ ขณะที่บัญชีบริษัทหลักทรัพย์และนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ
2. BISGIF กองทุนพื้นฐานกองแรก
มีการนำกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางรางบีทีเอสโกรท (BISGIF) ซึ่งเป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐานกองแรกของประเทศไทยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยราคาปิดอยู่ที่ 12 บาท เพิ่มขึ้น 11.11% จากราคาที่เสนอขายให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) 10.80 บาท มีขนาดกองทุนอยู่ที่ 6.25 หมื่นล้านบาท
ทำให้บริษัทมีเงินสด 3 หมื่นล้านบาท และมีสภาพคล่องเพิ่มมากขึ้น เพราะยังมีศักยภาพในการกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ได้ถึง 1 แสนล้านบาท เพื่อไปขยายการลงทุนหากได้รับสัมปทานทำรถไฟฟ้าเส้นต่อไป
นอกจากนั้น คณะกรรมการบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) เพิ่งมีมติจ่ายปันผลระหว่างกาลครั้งที่ 2 ประจำงวด ต.ค.ธ.ค. 2555 จำนวน 0.18 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดผู้มีสิทธิรับเงินปันผล 7 พ.ค. และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 17 พ.ค.นี้







