
หุ้นให้รอขายเล่นรอบ ส่วนทองจะรีบาวด์
ทิศทางตาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง
ทิศทางตาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง และไม่ได้รับผลกระทบจากภายนอกเท่าที่ควร ตลาดปรับตัวขึ้นโดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ดีกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาค แม้ว่าปัจจัยภายนอกค่อนข้างเป็นลบก็ตาม เชื่อว่านักลงทุนส่วนหนึ่งกลับเข้าตลาดหลังจากวันหยุดยาวในช่วงสงกรานต์ไม่มีความรุนแรงในประเด็นเรื่องเกาหลีเหนือ โดยตลาดไม่ได้ให้น้ำหนักกับปัจจัยลบมีเข้ามาค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการวางระเบิดงานวิ่งที่บอสตัน การปรับตัวลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงกว่า 2% แรงซื้อของนักลงทุนสถาบันหนุนตลาดในช่วงต้นสัปดาห์ ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสลับขายออกมาต่อเนื่อง
ทิศทางในสัปดาห์นี้ คาดว่าตลาดยังมีโอกาสแกว่งตัวขึ้นต่อ โดยแนวต้านหลักทางเทคนิคที่จะทำให้ชะลอตัวอยู่ที่บริเวณ 1,565 จุด ประเด็นเรื่องผลประกอบการของกลุ่มธนาคารทยอยออกมา โดยส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้เป็นปัจจัยหนุนตลาดในช่วงสั้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีแรงเทขายทำกำไรออกมาหนาแน่น ในขณะที่ประเด็นภายนอกหากยังไม่มีปัจจัยเสี่ยงใหญ่ๆ เข้ามากระทบเชื่อว่าตลาดยังมีช่วงปรับตัวขึ้นต่อ เนื่องจากที่ผ่านมาตลาดมีข่าวร้ายเข้ามามาก แต่ตลาดยังสามารถยืนระยะได้ ทำให้คาดว่าแรงซื้อที่มีเข้ามาหนาแน่นยังคงหนุนตลาดขึ้นต่อ
ในขณะที่หุ้นที่คาดว่าผลประกอบการจะออกมาดี ได้แก่ หุ้นกลุ่มเหล็กและหุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ คาดว่าจะยังคงมีแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามา โดยหุ้นกลุ่มเหล็กที่น่าสนใจได้แก่ CSP PAP TMT ในขณะที่หุ้นกลุ่มหลักทรัพย์น่าจะมีผลประกอบการดีเช่นเดียวกับ ZMICO ที่ประกาศผลประกอบการออกมาดีมาก เนื่องจากปริมาณการซื้อขายของตลาดที่เพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสแรก นอกจากนี้หุ้นที่น่าสนใจและปรับตัวลงมามากในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ หุ้นกลุ่มพลังงาน คาดว่าการรีบาวด์ของราคาน้ำมันจะช่วยหนุนราคาหุ้นในกลุ่มนี้ได้ และอาจมีการสลับกลุ่มเล่นเพื่อซื้อเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มนี้
ด้านแนวโน้มราคาทองคำ คาดว่าทิศทางราคาทองคำในสัปดาห์นี้จะมีช่วงรีบาวด์หลังจากที่ราคาทองคำปรับตัวลงมาแรง โดยแรงซื้อของชาวจีนและชาวอินเดียที่เป็นประเทศนำเข้าทองคำใหญ่ที่สุดในโลกมีแรงซื้อเข้ามาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังราคาลงแรง โดยเราประเมินระดับของทองคำโลกที่มีโอกาสทดสอบอยู่ที่ 1,450 และ 1,480 เหรียญ โดยประเด็นเรื่องการขายทองเพื่อไปใช้หนี้ของไซปรัส เชื่อว่ารับรู้ในราคาระดับหนึ่งแล้ว และประเทศอื่นๆ ที่ประสบปัญหาหนี้ยังไม่ถึงขั้นขายทองคำเช่นเดียวกับไซปรัส
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของทองคำในระยะกลางจะมีความเสี่ยง เนื่องจากปัจจัยหลักที่หนุนราคาทองคำในช่วง 34 ปีที่ผ่านมา คือ เรื่อง QE ของสหรัฐ เชื่อว่าการทำ QE ของเฟดจะอยู่ในช่วงท้ายๆ ของการออกมาตรการ (แต่ยังไม่มีการยกเลิกทันที ทั้งประธานเฟดและรองประธานเฟดจะยังคงยืนยันในการทำ QE ต่อไป) ทำให้การรีบาวด์ของทองคำจะเป็นไปอย่างจำกัด โดยทางเทคนิค หากทองคำยังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 1,5001,530 เหรียญได้ ทางเทคนิคระยะกลางของทองคำยังคงเป็นการรีบาวด์หลังลงแรงก่อนที่จะกลับมาปรับตัวลงต่อ
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนที่ซื้อหุ้นไปสัปดาห์ก่อนถือต่อ และรอขายทำกำไรที่บริเวณ 1,565 จุดเพื่อเล่นรอบ หากจะเข้าใหม่ให้ทยอยซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะหลังจากผลประกอบการออกแล้ว ในขณะที่หุ้นที่คาดว่าผลประกอบการที่จะออกมาดีในไตรมาสแรก อย่างหุ้นกลุ่มเหล็กและกลุ่มหลักทรัพย์ ยังคงแนะนำให้ซื้อช่วงอ่อนตัวลงได้จนกว่าจะประกาศผลประกอบการแล้วค่อยขายทำกำไร







