
บาทฉุดดัชนีเชื่อมั่นอุตฯวูบ
ผู้ส่งออกหวั่นอีก3เดือนยอดขายลดตํ่า
ผู้ส่งออกหวั่นอีก3เดือนยอดขายลดตํ่า
สศอ.แนะรัฐขยายตลาดอาเซียนบาทแข็งพ่นพิษ ยอดขายยอดผลิตอุตสาหกรรมลดฮวบ กดดัชนีความเชื่อมั่นวูบ
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เรียกประชุมสมาชิกวันที่ 24 เม.ย. เพื่อหารือผลกระทบค่าเงินบาทและนำข้อเสนอไปประชุมร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ในวันที่ 26 เม.ย. หลังจากดัชนีความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทยลดลงเป็นเดือนที่ 3 โดยเดือน มี.ค. 2556 ดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ที่ 93.5 ลดจากระดับ 95.5 ในเดือน ก.พ.
นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร กล่าวว่าจากการประเมินดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ยังมีแนวโน้มลดลงอยู่ที่ระดับ 99.3 จากระดับ 103.1 ในเดือน ก.พ. เนื่องจากยอดคำสั่งซื้อและยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต และผลประกอบการ มีโอกาสที่จะปรับตัวลดลง
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท. ระบุว่า ประเด็นที่ผู้ประกอบการกังวลในขณะนี้คือ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง เฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี 5% มากที่สุดในเอเชีย ส่งผลให้ค่าเงินหลุดต่ำกว่า 29 บาท/เหรียญสหรัฐ ไม่เป็นผลดีต่อการส่งออก กระทบต่อผู้ประกอบการรายใหญ่และรายเล็ก เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ จีน ค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้นเพียง 0.74% อินเดีย 0.69% ส่วนฮ่องกง ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สิงคโปร์ ค่าเงินอ่อนค่า
สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ประเมินผลกระทบภาคการผลิตจากกรณีค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นไว้ 2 กรณี คือ กรณีค่าเงินบาท 28 บาท/เหรีญสหรัฐ หรือแข็งค่าขึ้น 9.92% จะทำให้สินค้าอุตสาหกรรมส่งออก ลดลง 5.69 แสนล้านบาท และจีดีพีอุตสาหกรรมขยายตัวลดลง 3.6% คิดเป็นมูลค่าที่ลดลง 1.71 แสนล้านบาท
สำหรับกรณีค่าเงินบาท 29 บาท/ เหรียญสหรัฐ หรือแข็งค่าขึ้น 7.19% มูลค่าส่งออกจะลดลง 3.84 แสนล้านบาท จีดีพีอุตสาหกรรมลดลง 1.10% คิดเป็นมูลค่า 5.2 หมื่นล้านบาท และทำให้จีดีพีภาคอุตสาหกรรมโตเพียง 45% เท่านั้น
ทั้งนี้ สศอ.พิจารณาบนพื้นฐานที่คาดว่าปีนี้การส่งออกจะขยายตัว 7% มูลค่า 5.7 ล้านล้านบาท และจีดีพีภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 56% หรือมีมูลค่า 4.8 ล้านล้านบาท โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ยานยนต์และชิ้นส่วน อัญมณีและเครื่องประดับ การแปรรูปข้าว ผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก
อย่างไรก็ตาม ต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลเรื่องค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด รักษาเสถียรภาพค่าเงินให้ดี และต้องการให้รัฐบาลขยายตลาดการค้าในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะ กัมพูชา เวียดนาม ลาว และเมียนมาร์ ที่เศรษฐกิจเริ่มขยายตัวมากขึ้น และสนับสนุนผู้ประกอบการไทยไปลงทุนในต่างประเทศ เพื่อขยายความสามารถในการผลิตที่ปัจจุบันมีข้อจำกัดเรื่องแรงงาน







