
เน้นลงทุนดึงให้จีดีพีขยาย
กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า การลงทุน 2 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลเลือกลงทุนด้านคมนาคมขนส่ง เพราะเป็นโครงการที่ทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัว ส่วนการลงทุนด้านสังคม สาธารณสุขไม่ได้ทำให้จีดีพีโต รัฐบาลจึงเลือกการลงทุนในส่วนนี้ก่อน เพราะเมื่อจีดีพีโตจะทำให้ประเทศมีรายได้มากขึ้นและมีเงินไปลงทุนในด้านอื่นต่อไป
กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า การลงทุน 2 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลเลือกลงทุนด้านคมนาคมขนส่ง เพราะเป็นโครงการที่ทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัว ส่วนการลงทุนด้านสังคม สาธารณสุขไม่ได้ทำให้จีดีพีโต รัฐบาลจึงเลือกการลงทุนในส่วนนี้ก่อน เพราะเมื่อจีดีพีโตจะทำให้ประเทศมีรายได้มากขึ้นและมีเงินไปลงทุนในด้านอื่นต่อไป
กิตติรัตน์ กล่าวว่า การกู้เงินที่จะมีภาระการชำระหนี้ 50 ปี มีภาระดอกเบี้ย 5% ต่อปี เป็นการคิดที่มีความระมัดระวัง ทั้งนี้ที่จริงตอนนี้พบว่าการออกพันธบัตรกู้เงิน 50 ปี มีอัตราดอกเบี้ย 4.38% แต่การกู้เงินระยะสั้น 310 ปี จะมีอัตรา 2.783% ซึ่งต่ำกว่าที่ประเมินไว้ ทำให้รัฐบาลเชื่อว่าจะชำระหนี้ได้โดยไม่มีปัญหา โดยเริ่มชำระหนี้เงินต้นในปีที่ 11 จะชำระ 2 หมื่นล้านบาท และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปีที่ 50
ทั้งนี้ การกู้เงินเป็นการกู้เงินในประเทศทั้งหมด เพราะสภาพคล่องในประเทศมีมาก ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แบกภาระการดูดสภาพคล่องตอนนี้ 3 ล้านล้านบาท เสียดอกเบี้ยจำนวนมาก แต่เงินที่ดูดไปนั้นเอาไปทำประโยชน์อะไรไม่ได้เลย รัฐบาลก็จะไปเอาเงินส่วนนี้ซึ่งมีต้นทุนอยู่แล้วเพื่อนำมาลงทุน
กิตติรัตน์ กล่าวว่า การกู้เงินลงทุนในประเทศไม่ได้ทำให้หนี้สูง และไม่ได้หลีกเลี่ยงการใช้จ่ายเงินในงบประมาณเพื่อไม่ให้มีการตรวจสอบ เชื่อว่าการกู้เงินนอกงบประมาณสามารถที่จะตรวจสอบได้ไม่แพ้การกู้เงินในงบประมาณ
สำหรับโครงการที่ลงทุนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากพบว่ามีปัจจัยเปลี่ยนแปลงไปแล้วทำให้ไม่คุ้มค่า แต่การเปลี่ยนแปลงต้องตอบสังคมให้ได้ว่าทำไมต้องเปลี่ยน







