
แบงก์เหนื่อยปั่นกำไรส่วนต่างดอกเบี้ยทรงตัว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์ถึงแนวโน้มส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ไทยไตรมาสแรกของปี 2556 โดยระบุว่าอาจอยู่ในระดับทรงตัว เนื่องจากการแข่งขันด้านราคาฝั่งสินเชื่อและฝั่งเงินฝากที่เป็นควันหลงของปลายปีก่อนหน้า ในขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมยังน่าจะขยายตัวอยู่ในเกณฑ์ดี แม้รายได้หลักของธนาคารพาณิชย์ยังเพิ่มขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2556 ...แต่ตัวชี้วัดความสามารถด้านอัตราส่วนการทำกำไรผ่านส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อาจทรงตัวหรือปรับลงเล็กน้อย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์ถึงแนวโน้มส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ไทยไตรมาสแรกของปี 2556 โดยระบุว่าอาจอยู่ในระดับทรงตัว เนื่องจากการแข่งขันด้านราคาฝั่งสินเชื่อและฝั่งเงินฝากที่เป็นควันหลงของปลายปีก่อนหน้า ในขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมยังน่าจะขยายตัวอยู่ในเกณฑ์ดี แม้รายได้หลักของธนาคารพาณิชย์ยังเพิ่มขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2556 ...แต่ตัวชี้วัดความสามารถด้านอัตราส่วนการทำกำไรผ่านส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อาจทรงตัวหรือปรับลงเล็กน้อย
เมื่อประเมินทิศทางรายได้หลักของธนาคารพาณิชย์ไทยในไตรมาสแรกของปี 2556 ที่วัดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิประกอบกับรายได้ค่าธรรมเนียมนั้น คาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.27-1.29 แสนล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 15.417.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และอยู่ในระดับทรงตัวถึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.6-2.2% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราชะลอลงเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตที่ปรากฏในไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 ที่ 20% (YoY) และ 5% (QoQ)
แม้สาเหตุส่วนหนึ่งจะอธิบายได้จากผลของฤดูกาลที่สินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียมมักเพิ่มขึ้นมากช่วงโค้งสุดท้ายของทุกปี แต่อีกส่วนหนึ่งก็สะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่แท้จริง อาทิ การประเมินจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Net Interest Margin : NIM) ที่ยังไม่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยในไตรมาสแรกของปี 2556 อาจอยู่ในกรอบประมาณ 3.01-3.04% ใกล้เคียงกับระดับ 3.04% ของไตรมาส 4/2555 ขณะที่ลดลงเมื่อเทียบกับระดับ 3.06% ของไตรมาสแรกปี 2555
เป็นผลมาจากการที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับทรงตัวที่ 2.75% ตลอดทั้งไตรมาส ทำให้การขับเคลื่อนรายได้ดอกเบี้ยรับต้องอาศัยการปล่อยสินเชื่อเชิงปริมาณเป็นสำคัญ
ขณะที่ฝั่งรายจ่ายดอกเบี้ยนั้น ยังถูกกระทบจากผลพวงการแข่งขันระดมเงินฝาก โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงปลายปี 2555 ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษที่ให้ดอกเบี้ยจูงใจ มีผลให้ธนาคารพาณิชย์ไทยจำเป็นต้องทยอยรับรู้ต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายส่วนเพิ่มจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจนกว่าจะครบกำหนด
ด้านรายได้ค่าธรรมเนียม คาดว่าจะยังขยายตัวอยู่ในเกณฑ์ดี แม้อาจชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้ค่าธรรมเนียมจากการเสนอขายกองทุนรวม และธุรกรรมผ่านบัตรเครดิต น่าจะเติบโตได้ต่อเนื่อง หลังยังคงมีสัญญาณการเติบโตของธุรกิจดังกล่าวได้ดี
ท่ามกลางส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะทรงตัวหรือปรับลดลงเล็กน้อยนั้น แรงผลักดันของผลประกอบการในภาพรวมของไตรมาสแรกปี 2556 จึงต้องฝากความหวังไว้กับการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 น่าจะขยายตัวได้ประมาณ 13180% (YoY) โดยชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัวถึง 33.1% (YoY) ส่วนหนึ่งคาดว่ามาจากฐานที่ต่ำในปีก่อนหน้าอันเนื่องมาจากผลของอุทกภัยในช่วงปลายปี 2554
ทั้งนี้ คาดว่าการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมในไตรมาสแรกของปี 2556 เป็นผลมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมจากการทำธุรกรรมผ่านบัตรเครดิตและบัตรเอทีเอ็ม ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวเนื่องกับการขยายตัวของสินเชื่อ รวมทั้งค่าธรรมเนียมจากการเสนอขายกองทุนรวมผ่านสาขาธนาคารพาณิชย์
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ยังต้องจับตาหลายประเด็นสำคัญในช่วงที่เหลือของปี 2556 โดยเฉพาะความสามารถในการรักษาอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดทิศทางการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ แต่ยังคงต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในบางจังหวะ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ยูโรโซน และจีน รวมไปถึงทิศทางค่าเงินบาทที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออก
สำหรับประเด็นสำคัญที่จะต้องติดตาม คือ ประเด็นแรก ได้แก่ แนวโน้มสภาพคล่องที่มีโอกาสทยอยตึงตัวขึ้นจากทั้งความต้องการสินเชื่อจากการใช้จ่ายภายในประเทศและการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะภายใต้โครงการบริหารจัดการน้ำ ทำให้คาดว่าธนาคารพาณิชย์น่าจะทยอยระดมเงินฝากอย่างต่อเนื่อง ประเด็นที่สอง ได้แก่ ประเด็นคุณภาพสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อย ซึ่งน่าจะอยู่ในวิสัยที่ธนาคารพาณิชย์สามารถบริหารจัดการได้







