posttoday
พีซีเอส ฝ่าวิกฤตแรงงานชูเทคโนโลยียกเครื่องแม่บ้าน-รปภ.

พีซีเอส ฝ่าวิกฤตแรงงานชูเทคโนโลยียกเครื่องแม่บ้าน-รปภ.

18 เมษายน 2556

กว่า 46 ปีแล้วที่ธุรกิจให้บริการจัดการดูแลอาคารอย่าง บริษัท พรอพเพอร์ตี้ แคร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) หรือพีซีเอส ในเครือโอซีเอส กรุ๊ป จากประเทศอังกฤษ ได้เข้ามาบุกตลาดรับบริหารอาคารครบวงจรในไทย

กว่า 46 ปีแล้วที่ธุรกิจให้บริการจัดการดูแลอาคารอย่าง บริษัท พรอพเพอร์ตี้ แคร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) หรือพีซีเอส ในเครือโอซีเอส กรุ๊ป จากประเทศอังกฤษ ได้เข้ามาบุกตลาดรับบริหารอาคารครบวงจรในไทย

จุดเริ่มต้นจากธุรกิจกำจัดแมลงและขยายการให้บริการเข้ามาในภาคอสังหาริมทรัพย์ในจังหวะที่ธุรกิจกำลังขยายตัว ส่งผลให้ความต้องการงานบริการทำความสะอาดเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงการขยายธุรกิจไปยังการให้บริการรักษาความปลอดภัย หรือ รปภ. จนทำให้บริษัทกลายเป็นผู้นำตลาดในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม จากปัญหาการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ภาวะการขาดแคลนแรงงานที่คาดว่าจะกลายเป็นปัญหายืดเยื้อเรื้อรังไปอีกนาน ทำให้ธุรกิจบริหารและดูแลอาคารที่ใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพนักงานรักษาความสะอาด พนักงานรักษาความปลอดภัย ต้องปรับตัวฝ่าด่านหินนี้ไปให้ได้

เซบาสเตียน แอนโธนี่ พาวเวอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและบริหารลูกค้าส่วนภูมิภาค บริษัท พรอพเพอร์ตี้ แคร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยจำนวนมากไม่ต้องการทำงานที่ใช้แรงงานอย่างแม่บ้านและ รปภ. หรือหากจะต้องทำงานที่ต้องใช้แรงงานก็จะเลือกทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมมากกว่า

ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ที่ผ่านมาแม่บ้านรปภ.มีการเข้าออกของพนักงานค่อนข้างสูง แต่จากการยกระดับด้วยการพัฒนาศักยภาพของแรงงานเพื่อให้ความรู้มากขึ้น ให้เงินเดือนที่เพิ่มสูงขึ้น รวมไปถึงนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น หรือเรียกว่า การนำรูปแบบบริหารจัดการอาคารแบบครบวงจร หรือ TFM (Total Facilities Management) มาช่วย ทำให้ปริมาณการใช้พนักงานและการบริหารงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย

“ปีนี้เราจะเน้นการเพิ่มคุณภาพด้านบริการให้เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาต้องเผชิญกับนโยบายการขึ้นค่าจ้างแรงงาน ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ต้นทุนค่าจ้างแรงงานปรับขึ้นถึง 60% สำหรับเรา ทำอย่างไรที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากที่สุด พร้อมๆ กับการใช้นวัตกรรมมาใช้ในงานให้เพิ่มมากขึ้นเพื่อจะสามารถลดต้นทุนในระยะยาวทั้งกับลูกค้าและบริษัท” พาวเวอร์ กล่าว

ปัจจุบันพีซีเอสมีการจ้างแรงงานรวมบริษัทในเครือกว่า 2.5 หมื่นคน งานทั้งหมดที่ดำเนินอยู่นั้นถือเป็น “งานหลังบ้าน” ประกอบด้วยการบริหารจัดการอาคาร ระบบรักษาความปลอดภัยที่ใช้ทั้งเทคโนโลยี การบริหารความปลอดภัยแบบเบ็ดเสร็จระหว่างการใช้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกับระบบรักษาความปลอดภัย งานออกแบบและตกแต่งสวน ตรวจนับสินค้า กำจัดแมลง ทำความสะอาด ระบบสุขอนามัยในห้องน้ำ บริหารอาหารและการจัดเลี้ยง รวมไปถึงงานระบบน้ำประปาและไฟฟ้า เป็นต้น

พร้อมกันนี้ได้นำเสนอการให้บริการครบวงจรที่จะจัดการปัญหาเกี่ยวกับงานอาคารเพื่อให้ลูกค้ามุ่งเน้นการทำธุรกิจที่เป็นธุรกิจหลัก โดยบริหารจัดการอาคาร แบบครบวงจร ได้แก่ การประสานงานเพียงจุดเดียว การประหยัดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และบริการที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของกลุ่มลูกค้าแต่ละรายที่ไม่เหมือนกัน

“ที่ผ่านมา เราจ้างแรงงานประเภทแม่บ้านและ รปภ.ที่ใช้แรงงานไทยทั้งหมด แต่หากกฎหมายเปิดกว้างให้แรงงานต่างด้าวเคลื่อนย้ายแรงงานได้อย่างสะดวกก็เป็นโอกาสที่จะทำให้มีการจ้างแรงงานต่างด้าวมากขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาถึงความต้องการของลูกค้าด้วยว่าลูกค้าแต่ละรายพร้อมหรือไม่ เพราะจะต้องปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมที่แตกต่าง” พาวเวอร์ ระบุ

สำหรับเป้าหมายของบริษัทนั้นไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มจำนวนลูกค้าให้มากที่สุด แต่อยู่ที่การเติบโตควบคู่ไปกับลูกค้าที่พีซีเอสดูแลในลักษณะพันธมิตรทางธุรกิจ ที่ต้องการลดภาระเรื่องบริหารอาคารและสามารถปรับเปลี่ยนบริการได้ตามความเหมาะสมของแต่ละองค์กร ครอบคลุมทั้งภาคอุตสาหกรรม โรงพยาบาล ธุรกิจค้าปลีก ที่อยู่อาศัย สถานที่ราชการ และสถานศึกษา เป็นต้น

ปัจจุบันตลาดรวมธุรกิจการให้บริการของแม่บ้านและรักษาความปลอดภัยนั้นมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท ขณะที่รูปแบบการบริหารจัดการอาคารครบวงจรลูกค้าเริ่มให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่เป้าหมายในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 10% ขณะที่พีซีเอสไทยจะดูแลตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และตะวันออกกลางรวม 8 ประเทศ ได้แก่ ไทย เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ กัมพูชา บังกลาเทศ กาตาร์ และอินเดีย

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างพิจารณาตลาดอีก 2 ประเทศ คือ อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ คาดว่าภายใน 23 ปีข้างหน้าจะเปิดดำเนินการได้ เพื่อรองรับการเติบโตของการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่กำลังจะมาถึงในปี 2558 นี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท