
เตือนผู้ประกอบการรับมือ
1เม.ย.57เมียนมาร์ห้ามส่งออกไม้ซุง.
1เม.ย.57เมียนมาร์ห้ามส่งออกไม้ซุง.
แนะหาแหล่งทดแทนลงทุนแปรรูป.เมียนมาร์ห้ามส่งออกไม้ซุง เริ่ม 1 เม.ย. 2557 เตือนผู้ประกอบการไทยใช้วัตถุดิบไม้ซุงเสี่ยงรับผลกระทบ
นายณัฐวิณ พงษ์เภตรารัตน์ เจ้าของและผู้บริหาร บริษัท ธาราภู เดคอร์ ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ในประเทศเมียนมาร์ เปิดเผยว่า เมียนมาร์ได้ออกกฎหมายประกาศห้ามส่งออกไม้ซุง ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2557 ซึ่งธุรกิจไทยที่นำเข้าไม้ซุงจากประเทศเมียนมาร์เป็นวัตถุดิบ อาจจะได้รับผลกระทบจากกฎหมายดังกล่าว
รัฐบาลเมียนมาร์พยายามออกนโยบายส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมไม้ในประเทศมากขึ้น แทนการส่งออกวัตถุดิบเป็นไม้ซุงออกนอกประเทศ เพื่อนำไปแปรรูปในต่างประเทศ รวมถึงต้องการให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนในธุรกิจไม้ในประเทศเพิ่มขึ้น
ในฐานะผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจไม้ในเมียนมาร์ นายณัฐวิณ กล่าวว่า บริษัทของตนไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายดังกล่าว เนื่องจากสามารถใช้วัตถุดิบไม้ซุงในประเทศได้อย่างเต็มที่ และไม่ได้ส่งออกไม้ซุงอยู่แล้ว อีกทั้งจะได้ประโยชน์จากการจัดหาวัตถุดิบในประเทศได้มากขึ้นด้วย
ขณะที่ผู้ประกอบการไทยที่นำเข้าวัตถุดิบไม้ซุงจากเมียนมาร์มาแปรรูปในเมืองไทย ควรจะต้องเตรียมพร้อมรับมือผลกระทบจากการออกกฎหมายดังกล่าว โดยอาจหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ หรือเข้าไปลงทุนทำธุรกิจในเมียนมาร์เพื่อใช้วัตถุดิบในประเทศ
“เมียนมาร์ถือว่าไม้สักเป็นสมบัติของประเทศ หน่วยงานของรัฐเท่านั้นที่จะมีอำนาจตัดไม้สัก และเมื่อตัดแล้วจะมีการปลูกไม้ทดแทน ไม้สักเมียนมาร์ถือเป็นไม้สักที่มีคุณภาพดีที่สุดในโลก” นายณัฐวิณ กล่าว
ปัจจุบันเมียนมาร์ตระหนักถึงความสำคัญของป่า และการตัดไม้เพิ่มมากขึ้น มีการพัฒนาป่าปลูก โครงการปลูกไม้โตเร็ว เพื่อทดแทนป่าไม้ที่ถูกตัดไป โดยใช้เทคโนโลยีที่ทำให้ไม้โตเร็ว และมีคุณสมบัติดีขึ้น ซึ่งใช้กับไม้ชนิดอื่นที่โตเร็ว แต่ยังไม่สามารถใช้กับไม้สักได้
ด้านสำนักข่าวต่างประเทศวิเคราะห์ว่า การออกกฎหมายของเมียนมาร์ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ประโยชน์ป่าสงวนอย่างยั่งยืน เนื่องจากเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ และเพื่อสร้างงานให้กับคนท้องถิ่น โดยรัฐบาลจะอนุญาตให้ส่งออกผลิตภัณฑ์ไม้แปรรูปและกึ่งแปรรูปเท่านั้น
ขณะเดียวกัน จะมีการขยายเวลาใบอนุญาตดำเนินกิจการโรงเลื่อยไม้และไม้อัด รวมทั้งโรงงานที่เกี่ยวกับไม้จาก 1 ปี เป็น 5 ปี
ทั้งนี้ ในปี 2555 เมียนมาร์มีรายได้จากการส่งออกท่อนซุงไม้สัก 348 ล้านเหรียญสหรัฐ และจากท่อนซุงไม้เนื้อแข็งอีก 250 ล้านเหรียญสหรัฐ







