posttoday
"เออีซี" ยังไม่พร้อมเปิดเสรีโทรคมฯ ปี'58

"เออีซี" ยังไม่พร้อมเปิดเสรีโทรคมฯ ปี'58

16 เมษายน 2556

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

เริ่มมีคำถามต่อการทำงานของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของ บริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) กรณีทำสัญญาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รูปแบบใหม่บนคลื่นความถี่ 800 เมกะเฮิรตซ์ กับ บริษัท กสท โทรคมนาคม (แคท)

เรื่องนี้ “สุทธิพล ทวีชัยการ” กรรมการ กสทช. และกรรมการ กทค. ในฐานะมือกฎหมายของ กทค. อธิบายว่า เป็นการตัดสินที่พิจารณาตามข้อกฎหมายทุกเรื่อง โดย บริษัท บีเอฟเคที ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการกิจการโทรคมนาคม เนื่องจากให้บริการเพียงรายเดียวแก่ กสท พร้อมทั้งย้ำว่า หากการตัดสินมีคำถามหรือข้อสงสัยตามมา ก็พร้อมให้ถูกตรวจสอบและพร้อมชี้แจงตามหลักกฎหมายและไม่มีความกังวล

ส่วนการทำงานที่ผ่านมา กทค. สามารถกำหนดค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (ไอซี) ได้ สามารถจัดสรรเลขหมายในระบบได้สำเร็จ ออกประกาศ กสทช. เรื่องการรับเรื่องร้องเรียนของผู้บริโภคให้ชัดเจนมากขึ้น รวมทั้งสามารถกำหนดเรื่องบัตรเติมเงิน (พรีเพด) ให้มีวันหมดอายุขั้นต่ำ 30 วัน

ขณะที่การพิจารณา บริษัท กสท โทรคมนาคม ที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานกับ บริษัท ทรูมูฟ และบริษัท ดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) ในวันที่ 15 ก.ย.นี้ ทำให้คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ต้องคืนกลับมาที่ กสทช. โดย กทค. จะต้องนำคลื่นไปประมูล เพราะหากไม่ทำจะผิดกฎหมาย รวมทั้งมีแนวทางดูแลลูกค้าของสองบริษัทไม่ให้เกิดปัญหาซิมดับ และได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการเตรียมการเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการ 4จี ด้วยเทคโนโลยีแอลทีอี ซึ่งการบริหารคลื่นจะยึดแนวทางให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและผู้บริโภค

สำหรับทิศทางอุตสาห กรรมโทรคมนาคมไทยเมื่อสิ้นสุดระบบสัมปทาน ก็จะเข้าสู่การให้ใบอนุญาตและประมูลจาก กทค. รวมทั้งอุตสาหกรรมต้องเข้าสู่การเปิดเสรีตามการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ส่งผลให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมรุนแรงมากขึ้น

การเปิดเสรีอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทยจะเปิดให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนได้ 70% จากปัจจุบัน 49% โดยการเปิดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในสัดส่วน 70% ซึ่งต้องแก้ไขพ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม และพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจคนต่างด้าว ซึ่งขึ้นกับรัฐบาลจะแก้ไขกฎหมายหรือไม่ แต่ปัจจุบันรัฐบาลไทยยังไม่มีแผนแก้ไขกฎหมาย

ขณะเดียวกันประเทศในอาเซียนยังไม่มี นโยบายเปิดเสรีหรือแก้ไขกฎหมายโทรคมนาคมเช่นกัน เพราะแต่ละประเทศต้องการให้ผู้ประกอบการในประเทศได้ทำธุรกิจต่อไป ดังนั้น มีความเป็นไปได้สูงมากที่ปี 2558 อาเซียนจะไม่เปิดเสรี แต่จะเปิดเสรีขึ้นเมื่อใดนั้นขึ้นอยู่ที่รัฐบาลของประเทศในอาเซียนต้องมีความชัดเจนและกำหนดนโยบายร่วมกัน

“การเปิดเสรีธุรกิจโทรคมนาคมในอาเซียนคงจะไม่เปิดในปี 2558 เพราะหลายประเทศยังไม่มีแผนแก้ไขกฎหมายโทรคมนาคม แต่อยากให้ไทยเป็นผู้นำในการแก้ไขกฎหมาย เพื่อทำให้อาเซียนก้าวสู่การเปิดเสรี เพราะเอกชนไทยมีศักยภาพไปลงทุนในอาเซียน และมีโอกาสเป็นผู้นำลงทุนในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในภูมิภาค เพราะมีคู่แข่งในอาเซียนไม่กี่ราย”

ท้ายที่สุดเมื่อไทยเปิดเสรีแล้วจะมีนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกใช้บริการกับเอกชนหลายราย ทำให้เหลือมีเพียงเอกชนที่แข็งแกร่งอยู่รอด

ดังนั้น กทค. จะมีหน้าที่กำกับดูแลผู้ประกอบการในธุรกิจโทรคมนาคมอย่างเข้มแข็งเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการแข่งขันอย่างเท่าเทียม ไม่ให้เกิดปัญหาฮั้วและส่งผลดีให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์และมีทางเลือกใช้บริการ รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการในหลากหลายกลุ่ม และจะวางกรอบกติกาที่ชัดเจนไม่เป็นภาระ และเกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ