posttoday
ทันสถานการณ์

ทันสถานการณ์

16 เมษายน 2556

กกพ.เปิดตัวแอนิเมชันเอฟที

กกพ.เปิดตัวแอนิเมชันเอฟที

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งเป็นองค์กรกำกับดูแลกิจการพลังงานด้านกิจการไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติ เปิดตัวสารคดีสั้นในรูปแบบแอนิเมชันชุด “ไฟฟ้าน่ากดไลค์” เพื่อเผยแพร่และให้ความรู้เกี่ยวกับค่าไฟฟ้าและการประมาณการค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (เอฟที) ซึ่งได้ประกาศขึ้นราคางวด ม.ค.เม.ย. 2556 อีก 4.04 สต.ต่อหน่วย และถือเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างค่าไฟฟ้า โดยเฉพาะค่าเอฟทีที่มีผลต่อการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน โดยสารคดีแอนิเมชันมีทั้งหมด 5 ตอน คือ กำเนิดมนุษย์ไฟฟ้า เช็กบิล ค่าเอฟทีมีทำไม คิดค่าไฟง่ายนิดเดียว และบทบาท กกพ.

ทั้งนี้ สารคดีทั้ง 5 ชุดจะนำเสนอผ่านทางเว็บไซต์ยอดนิยม เช่น เฟซบุ๊ก ทีวีคลิกดอทคอม ยูทูบ อินสตาแกรม โดยได้เผยแพร่ตอนแรกไปแล้วเมื่อต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และจะเริ่มเผยแพร่ตอน 2 ในวันที่ 18 เม.ย. รวมทั้งยังได้เปิดกิจกรรมร่วมสนุกเพื่อชิงรางวัล สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ www.erc.or.th

เลือกประธานซูเปอร์บอร์ด 24 เม.ย.

นายอมรเทพ จิรัฐิติเจริญ ว่าที่กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 มาตรา 70 (ซูเปอร์บอร์ด กสทช.) ด้านกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า วันที่ 24 เม.ย. จะประกาศแต่งตั้งผู้ที่ได้รับเลือกทำหน้าที่ซูเปอร์บอร์ดทั้ง 5 คน และจะเลือกคนที่เหมาะสมที่จะทำหน้าที่ประธานด้วย ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนที่มีตำแหน่งทางทหารแต่อย่างใด โดย 3 เรื่องเร่งด่วนที่จะตรวจสอบคือ การประมูล 4จี การปฏิบัติงานของสำนักงาน กสทช. ในส่วนของงบกองทุนสนับสนุนวิจัยและพัฒนา และเรื่องวิทยุชุมชน

ติดตั้งระบบก๊าซชีวภาพในสวนยาง

รศ.สุเมธ ไชยประพัทธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบพลังงาน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) กล่าวว่า กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้ให้การสนับสนุนโครงการส่งเสริมสาธิตการผลิตก๊าซชีวภาพของสถาบันวิจัยระบบพลังงาน ม.อ. เพื่อก่อสร้างและติดตั้งระบบผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียจากการผลิตยางรมควันในสหกรณ์สวนยาง ระยะที่ 1 ซึ่งจะช่วยในการจัดการน้ำเสียและเป็นพลังงานทดแทนในการผลิตยางรมควัน ช่วยลดต้นทุนการผลิตและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ทั้งนี้ จะนำร่องกับกลุ่มสหกรณ์ 10 แห่ง ใน จ.นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล และสงขลา ที่มีกำลังผลิตรวมกันกว่า 5 ล้าน กก.ต่อปี สามารถนำไปผลิตก๊าซชีวภาพได้สูงสุดประมาณ 105,000 ลบ.ม.ต่อปี ทดแทนไม้ฟืนที่ใช้รมควันยางได้ 2 ล้านกก.ต่อปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 800 ตันต่อปี โดยโครงการดังกล่าวถือเป็นการต่อยอดจากการนำผลวิจัยระบบบ่อหมักร่วมไร้อากาศแบบแผ่นคลุมประยุกต์ มาใช้ปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียของสหกรณ์โรงอบ/รมยาง เพื่อแก้ไขปัญหากลิ่นเหม็นและน้ำทิ้งไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำทิ้งของกรมโรงงานอุตสาหกรรม

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน