
รู้จักกับกองทุนน้องใหม่
....วริศรา เตชะกุลวิโรจน์
วันนี้ขอแนะนำประเภทของกองทุนใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปีที่แล้วให้ท่านผู้อ่านเก็บไว้พิจารณาเป็นทางเลือกในการลงทุน ซึ่งหลายท่านคงเคยได้ยินมาบ้างแล้ว นั่นคือ Infrastructure Fund หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน
กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน คือ กองทุนรวมประเภทหนึ่งที่จัดตั้งขึ้นเพื่อระดมทุนจากผู้ลงทุนทั่วไป เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนากิจการสาธารณูปโภคต่างๆ ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นของภาครัฐ หรือที่เป็นสัมปทานของเอกชน เช่น ไฟฟ้า ประปา ทางพิเศษ ท่าอากาศยาน หรือสนามบิน เป็นต้น ดังนั้น แนวทางการระดมทุนผ่านกองทุนดังกล่าว จะช่วยให้รัฐบาลสามารถลงทุนในโครงการต่างๆ เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็ว และก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ทันท่วงที อีกทั้งยังเป็นการแบ่งเบาภาระการคลังของประเทศในระยะยาว นอกเหนือจากการกู้เงิน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มภาระหนี้สาธารณะของประเทศ
จะว่าไปแล้ว กองทุนประเภทนี้ก็จะมีรูปแบบการลงทุนที่คล้ายกับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่เราเห็นกันอยู่ในทุกวันนี้ จะแตกต่างกันก็ในแง่ที่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เน้นรายได้จากการปล่อยเช่าพื้นที่ ในขณะที่กองทุนน้องใหม่อย่างกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน จะมุ่งเน้นรายได้จากการประกอบกิจการโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานจะได้รับอนุญาตให้นำเงินไปลงทุนในทรัพย์สินของโครงการที่ยังไม่เริ่มก่อสร้าง หรือยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ (Greenfield Projects) ในขณะที่กองทุนรุ่นพี่อย่างกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ถูกกำหนดให้ต้องลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างเสร็จแล้ว หรือถ้ายังสร้างไม่เสร็จก็ต้องก่อสร้างไปแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าโครงการ และข้อแตกต่างกันอีกประการหนึ่งก็คือการแบ่งชนิดของหน่วยลงทุน โดยกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จะมีหน่วยลงทุนชนิดเดียวเท่านั้น แต่สำหรับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานแล้ว สามารถแบ่งหน่วยลงทุนออกเป็นหลายชนิดได้ตามกรณีต่างๆ เช่น แบ่งตามลำดับสิทธิที่จะได้รับเงินปันผล แบ่งตามอัตราหรือผลตอบแทนของหน่วยลงทุน แบ่งตามเงื่อนไขและระยะเวลาการคืนเงินลงทุนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน เป็นต้น
เนื่องจากกองทุนรวมดังกล่าวยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับเราๆ ท่านๆ ดังนั้น จึงขอเล่าประเด็นหลักๆ ที่เราควรพิจารณาในเบื้องต้นก่อนการตัดสินใจลงทุนในกองทุนประเภทนี้
l ทรัพย์สินที่นำมาระดมทุนในโครงการ จะมีความสามารถในการก่อให้เกิดรายได้แตกต่างกัน จึงทำให้มีความเสี่ยงที่แตกต่างกัน เช่น ทรัพย์สินบางประเภทจะมีผลตอบแทนตามความพร้อมในการให้บริการโดยไม่ขึ้นกับปริมาณการใช้บริการจริง ทำให้มีระดับความเสี่ยงต่ำ อย่างเช่น โรงไฟฟ้าโรงผลิตน้ำ ในขณะที่ทรัพย์สินบางประเภทจะได้รับผลตอบแทนตามปริมาณการใช้งานจริง อย่างเช่น โครงการทางพิเศษ ซึ่งมีรายได้ผันแปรตามจำนวนผู้ใช้บริการ ทรัพย์สินประเภทนี้ก็จะมีความเสี่ยงที่สูงกว่า เป็นต้น
l การที่กองทุนรวมประเภทนี้ สามารถแบ่งหน่วยลงทุนหลายชนิดเพื่อขายให้นักลงทุนแต่ละประเภท ดังนั้น ผู้ลงทุนก็ควรทำความเข้าใจสิทธิและข้อจำกัดของหน่วยลงทุนแต่ละชนิดด้วย เพราะจะกระทบต่อสิทธิและรายได้ที่ได้รับ
l กรณีที่กองทุนรวมไปลงทุนในโครงการที่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ ก็จะมีความเสี่ยงจากการก่อสร้างได้ไม่ทันกำหนด หรือค่าก่อสร้างอาจเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ประมาณการไว้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนได้ อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ก็ได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ในเบื้องต้นเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว กล่าวคือ กรณีที่กองทุนรวมลงทุนในโครงการที่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ กองทุนรวมต้องจัดให้มีการประกันภัยสำหรับความล่าช้าในการเริ่มดำเนินการ (Associated delay in startup) ด้วย
ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์อยู่ระหว่างการออกเกณฑ์อนุญาตในการจัดตั้งกองทุนประเภทนี้ แต่คาดว่าเราน่าจะได้เห็นหน้าตาที่ชัดเจนขึ้นของกองทุนน้องใหม่ภายในปี 2553 นี้
และก่อนจากกัน ก็ขอกล่าวคำว่า การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจ







