
หนี้สาธารณะขยับ3.4หมื่นล.
คลังกู้ชดเชยขาดดุลงบประมาณ ยอดแตะ4ล้านล้านพุ่ง44%จีดีพี
โพสต์ทูเดย์
— คลังแจงยอดหนี้สาธารณะเดือน ม.ค. เพิ่ม 3.4 หมื่นล้านบาท หลังรัฐบาลลุยไทยเข้มแข็ง แต่หนี้ค้ำประกันรัฐวิสาหกิจลดนายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 31 ม.ค. 2553 มี 4,001,841 ล้านบาท หรือ 44.23% ของจีดีพี เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อน หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น 34,360 ล้านบาท
การเพิ่มขึ้นสุทธิของหนี้สาธารณะคงค้างเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา เกิดจากการเพิ่มขึ้นของหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง โดยเพิ่มขึ้นสุทธิ 55,602 ล้านบาท หลังรัฐบาลได้ออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 3.9 หมื่นล้านบาท และได้เบิกเงินกู้ภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 เพื่อดำเนินการตามแผนปฏิบัติ การไทยเข้มแข็ง 2555 ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ครั้งที่ 1 จำนวน 1 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ยังได้ปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาล ที่ออกภายใต้พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2541 (เอฟไอดีเอฟ1) ที่ครบกำหนดในเดือน พ.ย. 2552 จำนวน 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีขั้นตอนการออกพันธบัตรไปชำระคืนต้นเงินกู้ระยะสั้นและเงินในบัญชีเงินฝากกระทรวงการคลัง (เอฟไอดีเอฟ1 และ เอฟไอดีเอฟ3) ที่ใช้เป็นบริดจ์ ไฟแนนซิ่ง ในการปรับโครงสร้างหนี้ ในระหว่างพ.ย. 2552ม.ค. 2553 โดยมีการทยอยออก พันธบัตร ในเดือน พ.ย. 2552 จำนวน 8,000 ล้านบาท เดือน ธ.ค. 2552 จำนวน 7,000 ล้านบาท และเดือน ม.ค. 2553 จำนวน 1.5 หมื่นล้านบาท
สำหรับหนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงินลดลงสุทธิ 4,482 ล้านบาท ที่สำคัญเกิดจากการลดลงของหนี้ที่รัฐบาลค้ำประกันในส่วนของหนี้ต่างประเทศ เนื่อง จากการชำระคืนต้นเงินกู้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน ส่วนหนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกันลดลงสุทธิ 8,397 ล้านบาท ที่สำคัญเกิดจากการลดลงของหนี้ในประเทศของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกัน รายการที่สำคัญเกิดจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรชำระคืนเงินกู้ระยะสั้น จำนวน 19,180 ล้านบาท
หนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ลดลง 8,003 ล้านบาท ที่สำคัญเกิดจากการซื้อคืนพันธบัตรของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ที่กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน
โดยหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรงเพิ่มขึ้น 55,602 ล้านบาท สำหรับหนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกัน และหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ลดลง 4,842 ล้านบาท 8,397 ล้านบาท และ 8,003 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนหน่วยงานอื่นของรัฐนั้นไม่มีหนี้คงค้าง
หนี้สาธารณะดังกล่าว เป็นหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง 2,643,728 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 1,093,441 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกัน190,037 ล้านบาท และหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 74,635 ล้านบาท
หนี้สาธารณะ จำนวน 4,001,841 ล้านบาท หากแยกออกเป็นหนี้ต่างประเทศ 369,014 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.22 และหนี้ในประเทศ 3,632,827 ล้านบาท หรือร้อยละ 90.78 ของยอดหนี้สาธารณะคงค้าง และเป็นหนี้ระยะยาว 3,746,313 ล้านบาท หรือร้อยละ 93.61 และหนี้ระยะสั้น 255,528 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.39 ของยอดหนี้สาธารณะคงค้าง







