
เยนอ่อนของญี่ปุ่นลด
ลอฟท์ชี้สินค้าล็อตใหม่ดัมพ์ราคาลง30% ทัวร์รับซามูไรจุกต้นทุนพุ่งกระฉูด
ลอฟท์ชี้สินค้าล็อตใหม่ดัมพ์ราคาลง30% ทัวร์รับซามูไรจุกต้นทุนพุ่งกระฉูด
ร้านค้าญี่ปุ่นในไทยยิ้ม ต้นทุนนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นลดหลังค่าบาทแข็งกว่าค่าเยน ส่วนทัวร์ไทยจุก ต้นทุนพุ่ง
นายชาญชัย เชิดชูวงศ์ธนากร รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท สยามพิวรรธน์ ผู้ดำเนินธุรกิจร้านลอฟท์ เปิดเผยว่า จากการที่เงินบาทแข็งค่ากว่าเงินเยนในขณะนี้ ส่งผลดีต่อการนำเข้าสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้นทุนการนำเข้าปรับตัวลดลงจากเดิมค่าเงินเยน 100 เยนเท่า 40 บาท แต่ปัจจุบัน 100 เยนเท่ากับ 30 บาท
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นในกลุ่มของใช้ ของแต่งบ้าน อุปกรณ์ไอที และสินค้าแฟชั่นเข้ามาจำหน่ายในร้านลอฟท์คิดเป็นอัตราส่วนประมาณ 20 - 25% โดยในช่วงเดือน พ.ค.นี้ บริษัทจะเริ่มนำเข้าสินค้าล็อตใหม่จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจากสินค้าใหม่จะมีการตั้งราคาใหม่ถูกกว่าสินค้าล็อตเก่าประมาณ 30%
“ในส่วนของผลกำไรเราคงไม่ได้เพิ่มขึ้น เพราะยังคงตั้งราคาขายที่สอดคล้องกับต้นทุน แต่จากต้นทุนที่ลดลงและการตั้งราคาขายที่ถูกลงจะทำให้บริษัทขายสินค้าได้ง่ายขึ้นซึ่งสินค้าแต่ละล็อตจะใช้ระยะเวลาในการทำตลาดประมาณ 45 เดือน ก่อนเปลี่ยนสินค้าล็อตใหม่” นายชาญชัย กล่าว
สำหรับสินค้าล็อตเก่าที่กำลังจะหมดระยะเวลาจำหน่ายบริษัทจะทำโปรโมชัน ด้วยการลดราคาสินค้าลงประมาณ 30 - 40% เพื่อเคลียร์สินค้าล็อตเก่าให้หมด ขณะนี้บริษัทกำลังทำโปรโมชันดังกล่าวเช่นกัน โดยหลังจากที่บริษัทมีการนำสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง คาดว่าสิ้นปีจะมีรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10%
น.ส.เบญจมาศ ต้องประสิทธิ กรรมการ บริษัท ซูรูฮะ (ประเทศไทย) ในเครือสหพัฒน์ ผู้ดำเนินธุรกิจร้านสุขภาพและความงามภายใต้ชื่อ ซูรูฮะ กล่าวว่า สินค้าที่ที่จำหน่ายภายในร้านซูรูฮะ ขณะนี้เป็นสินค้าที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นประมาณ 20 - 30% ซึ่งในจำนวนดังกล่าวเป็นสินค้าที่บริษัทนำเข้าเองประมาณ 10% ที่เหลืออีก 90% เป็นตัวแทนนำเข้าจากบริษัทอื่น ซึ่งจากการที่เงินบาทแข็งค่ากว่าเงินเยนส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าของบริษัทลดลงไปพอสมควร
ปัจจุบันสินค้าที่บริษัทนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำเข้ามาทำตลาดในร้านซูรูฮะ จะเป็นสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ M’s one จากบริษัทแม่ซูรูฮะที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในส่วนของรายการสินค้าก็จะมีความหลากหลาย เช่น เครื่องสำอาง ของใช้ในบ้าน และขนมขบเคี้ยว
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนที่จะทำโปรโมชั่นเพื่อตอบแทนลูกค้าภายหลังจากได้รับผลดีต้นทุนนำเข้าลดลง ด้วยการจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าสูงสุด 50% ในบางรายการ จากปัจจุบันมีการทำโปรโมชั่นลดราคาสินค้าอยู่ที่ 10 - 20% ซึ่งนอกจากจะมีการนำสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้บริษัทยังมีแผนขยายสาขาเพิ่มขึ้น 20 สาขา จากปีก่อนมี 4 สาขา คาดว่าสิ้นปีมีรายได้เติบโต 2 หลัก
นายเอนก ศรีชีวะชาติ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการทัวร์เส้นทางประเทศญี่ปุ่น ประสบปัญหาการขาดทุนอย่างหนัก เนื่องจากเงินเยนแข็งค่า เมื่อเทียบกับอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นกว่า 26% ปัจจุบันเฉลี่ย 30 บาท/100 เยน เทียบกับช่วงที่เจรจาซื้อแพ็กเกจทัวร์เฉลี่ยที่ 39 บาท/100 เยน ทำให้บริษัททัวร์ขาดทุนกว่า 30% เพราะได้ตกลงราคาแพ็กเกจทัวร์ล่วงหน้า แต่ไม่ได้ชำระค่าแพ็กเกจทัวร์จนกว่านักท่องเที่ยวญี่ปุ่นจะเดินทางมาไทย
ทั้งนี้ สมาคมฯ เตรียมเจรจากับบริษัท การบินไทย ขอปรับลดค่าตั๋วโดยสารแบบเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) และโรงแรม ที่จะเดินทางมาช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซัน) นี้ ตั้งแต่เดือน ต.ค. เป็นต้นไป เพื่อลดภาระการขาดทุนให้กับผู้ประกอบการทัวร์ แต่เชื่อว่าช่วง 12 เดือนนี้ จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ในทันที ซึ่งขณะนี้สมาคมฯเตรียมหารือร่วมกับสมาชิก เพื่อหากลยุทธ์การรับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นคาดว่าบริษัททัวร์จะปรับราคาแพ็กเกจทัวร์เพิ่มขึ้น 30% ต้นปีหน้า
ด้านภาพรวมการเดินทางของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาไทยปีนี้ คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 7 - 10% ประมาณ 1.4 ล้านคน เทียบกับปีที่ผ่านมา 1.3 ล้านคน โดยอัตราค่าเงินเยนอ่อน ไม่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจมาไทย เพราะเศรษฐกิจภายในประเทศญี่ปุ่นฟื้นตัวและมีแนวโน้มกลับมาแข็งแกร่งรวมถึงแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นได้







