
กสิกรไทยเป็นแม่ยกจับคู่ธุรกิจ‘ไทย - จีน’
กสิกรไทยรุกจับคู่ทางการค้าเอสเอ็มอีไทยจีน เพิ่มปริมาณการค้าดันรายได้โต
กสิกรไทยรุกจับคู่ทางการค้าเอสเอ็มอีไทย - จีน เพิ่มปริมาณการค้าดันรายได้โต
นายพิพิธ เอนกนิธิ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้วางกลยุทธ์ขยายปริมาณธุรกรรมและมูลค่าการค้าในกลุ่มลูกค้าจีนของธนาคาร ผ่านการจับคู่ทางการค้าระหว่างธุรกิจเอสเอ็มอีไทยจีน ที่มียอดขายไม่เกิน 400 ล้านบาท โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการไปแล้ว 2 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจจอแอลซีดีและธุรกิจไม้ยางพารา ล่าสุดเป็นธุรกิจการค้ามันสำปะหลัง ซึ่งปัจจุบันไทยมีการส่งออกไปยังจีนสูงถึง 98% จากปริมาณการส่งออกทั้งหมด
นายนิพิธ กล่าวว่า การเข้ามาเป็นตัวกลางหาคู่ค้าให้กับลูกค้าธุรกิจของธนาคารจะช่วยลดปัญหาการซื้อขายผ่านคนกลางและช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการหาคู่ค้าจากจีนในการรับซื้อมันสำปะหลังโดยตรง ซึ่งที่ผ่านมามักประสบปัญหาไม่รู้จักคู่ค้าและกลัวถูกหลอก ขณะที่ผู้ซื้อจีนในปัจจุบันมีความต้องการมันสำปะหลังเพื่อนำไปผลิตเอทานอลสูงมาก แต่ประสบปัญหาถูกกีดกันข้อมูลจากคนกลาง
“การจับคู่ทางธุรกิจในครั้งนี้จะทำให้ไทยมียอดการส่งออกมันสำปะหลังไปจีนเพิ่มขึ้นจากเดิม 1 ล้านตัน คิดเป็นรายได้กว่า 7,000 ล้านบาท ส่วนคู่ค้าจากจีนเราคัดกรองมาจากสาขาในเซิ่นเจิ้นและธนาคารพันธมิตรในจีน 19 แห่ง โดยธนาคารจะเป็นผู้รับความเสี่ยงผ่านการทำประกัน ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าขายแล้วจะได้เงินแน่นอน และกำไรกำไรจะสูงขึ้นเพราะไม่มีคนกลาง” นายพิพิธ กล่าว
นายพิพิธ กล่าวว่า ในระยะต่อไปธนาคารจะยังเดินหน้าจับคู่ทางธุรกิจในกลุ่มสินค้าเกษตร เช่น ยางพาราและลำไยอบแห้ง เพราะเป็นสินค้าที่ตลาดจีนมีความต้องการสูงและขายผ่านตัวกลางเยอะ
นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปัจจุบันจีนมีความต้องการมันสำปะหลังจากไทยมาก โดยมีการนำเข้าสูงเป็นอันดับ 6 คิดเป็นมูลค่าการส่งออกในปี 2555 อยู่ที่ประมาณ 1,496.33 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวจากปี 2554 10.10% ครองส่วนแบ่งทางการตลาดในจีน 68.9% ของมูลค่าการนำเข้ามันสำปะหลังทั้งหมดของจีน และคาดว่าในปี 2556 จะขยายตัวในอัตรา 14 - 18%







