posttoday
ร่วมมือกัน

ร่วมมือกัน

12 เมษายน 2556

ปัจจุบัน ธุรกิจแฟรนไชส์ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มของโลกที่คนจำนวนมากมองหาธุรกิจส่วนตัว มากกว่าการทำงานประจำ และแฟรนไชส์ เป็นทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ในช่วงเริ่มต้น

ปัจจุบัน ธุรกิจแฟรนไชส์ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มของโลกที่คนจำนวนมากมองหาธุรกิจส่วนตัว มากกว่าการทำงานประจำ และแฟรนไชส์ เป็นทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ในช่วงเริ่มต้น

สมาคมแฟรนไชส์ ได้เปิดเผยตัวเลขธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่ากว่า 2.38 แสนล้านบาท มีอัตราการเติบโต 1520% ต่อปี ถือเป็นธุรกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันมี Franchisors (ผู้ให้สิทธิในการประกอบธุรกิจ) จำนวน 330 ราย และ Franchisee (ผู้รับสิทธิในการประกอบธุรกิจ) จำนวน 6.3 หมื่นสาขา โดยธุรกิจแฟรนไชซอร์ ที่ได้รับความนิยมสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.ธุรกิจร้านอาหาร (28%) 2.ธุรกิจร้านเครื่องดื่มเบอร์เกอรี (15%) และ 3.ธุรกิจบริการ (12%)

กิจการทั้งสามประเภทนี้ เป็นธุรกิจที่ลงทุนไม่สูงมากนัก และมีระบบการจัดการที่ไม่ซับซ้อน ทำให้เป็นที่นิยมสำหรับผู้สนใจทำธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม แฟรนไชส์ยังต้องการสนับสนุนจากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยกระดับธุรกิจแฟรนไชส์ให้เป็นที่น่าเชื่อถือ และมีส่วนช่วยพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างแท้จริงทั้งนี้ สมาคมแฟรนไชส์ไทย มีความมั่นใจว่าแนวโน้มแฟรนไชส์ ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นไป น่าจะมีแนวโน้มที่สดใสยิ่ง หากมีแนวทางสนับสนุนทั้งจากภาครัฐ เอกชนและสถาบันการเงิน รวมถึงองค์กรที่เกี่ยวข้อง

1.ให้ความรู้อย่างไม่จำกัด โดยมีความร่วมมือระหว่างองค์กรที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ,เอกชน,สถาบันการเงิน และสมาคม แฟรนไชส์ไทยขยายความร่วมมือเพื่อเปิดกว้างในการให้ความรู้ที่จำเป็น สำหรับการสร้างระบบแฟรนไชส์ และการเลือกซื้อธุรกิจแฟรนไชส์ รวมถึงเทคนิคในการบริหารร้านให้ประสบความสำเร็จอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

2.รวบรวมผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ซึ่งทำโดยสมาคมแฟรนไชส์ไทย เช่น ด้านการจัดทำคู่มือ การสร้างแบรนด์ การสร้างระบบมาตรฐาน ออกแบบร้านต้นแบบ เป็นต้น เพื่อจัดทำโครงการพี่เลี้ยง หรือเข้าร่วมเป็นทีมที่ปรึกษา ฝึกสอนเจ้าหน้าที่ในสถานประกอบการ ที่ได้รับการคัดเลือกว่าเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการทำแฟรนไชส์ โดยการสนับสนุนของภาครัฐ หรือสถาบันการเงิน

ซึ่งภาครัฐต้องมีนโยบายการสนับสนุนที่ชัดเจนและต่อเนื่อง วางเป้าหมายโดยการวางเป้าหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานเศรษฐกิจของภาครัฐที่มีการตั้งตัวเลขที่ชัดเจน ในการส่งเสริมทั้งระยะสั้นและในระยะยาวเช่น ใน 5 ปีข้างหน้า จะมีแฟรนไชส์ใหม่ 50 กิจการ เป็นต้น หรือใน 10 ปี จะมีแฟรนไชส์ไทยส่งออก 100 บริษัท เป็นต้น

4.ให้รางวัลส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์ดีเด่น เพื่อกระตุ้นการพัฒนาระบบแฟรนไชส์ให้ดีขึ้น ซึ่งกิจกรรมด้านนี้ก็มีอยู่แล้ว แต่อาจจะปรับปรุงให้ดีขึ้นและทำไปพร้อมกับการพัฒนาศักยภาพธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการ

5.สิ่งที่สมาคมแฟรนไชส์เสนอ และน่าสนใจ คือ การขอสนับสนุนในการสร้างแบรนด์ เพราะปัจจุบันนี้สินค้าไทยส่วนใหญ่ไม่มีสิทธิในการโฆษณาทีวี สินค้าที่โฆษณาในทีวีไทยที่เป็นสื่อที่มีอิทธิพลสูงสุดในการสร้างความนิยมสินค้าบริการนั้น มีแต่สินค้าแบรนด์ต่างชาติมากกว่า 8090% เพราะราคาโฆษณาสูง นาทีเฉลี่ยประมาณ 5 หมื่น3 แสนบาท เป็นราคาที่กิจการคนไทยไม่สามารถจ่ายได้

ดังนั้น การสร้างแบรนด์ให้ธุรกิจที่ได้รางวัลต่างๆ ที่รัฐบาลส่งเสริมนั้น ควรได้รับการสนับสนุนให้มีโอกาสได้ใช้สื่อสาธารณะและสื่อของรัฐที่ต่อเนื่องระยะหนึ่ง เพื่อส่งเสริมการสร้างแบรนด์สินค้าให้เกิดความนิยมในตลาดอย่างได้ผล

ยิ่งประเทศไทยกำลังมีทีวีดิจิตอลใหม่ถึง 48 ช่อง หากรัฐจัดสรรพื้นที่อย่างเหมาะสม เป็นโอกาสที่เอสเอ็มอีและแฟรนไชส์ไทยจะได้แจ้งเกิดบ้าง และเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับผู้ประกอบการไทยอย่างแท้จริง เหมือนกับที่ห้างสรรพสินค้าแม้จะทุ่มทุนแข่งกันนำเข้าแบรนด์ดังจากต่างประเทศเข้ามา แต่ต้องไม่ลืมที่จะจัดสรรพื้นที่สำหรับสินค้าแบรนด์ไทย โดยเฉพาะสินค้าชุมชน โอท็อปและเอสเอ็มอี

ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกัน เชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจแฟรนไชส์ เอสเอ็มอี สินค้าชุมชนโอท็อป แข็งแรงมากขึ้น และเป็นทางเลือกสำหรับคนไทยให้ได้ใช้สินค้าไทยที่มีคุณภาพ ทำให้ผู้ประกอบการเข้มแข็ง และส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจไทยให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

6.กองทุนพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ ธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีศักยภาพในการเติบโตนั้น หากมีกองทุนที่ส่งเสริมการสร้างแฟรนไชส์นั้น จะมีรายได้ส่วนหนึ่งที่มาจากค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์กลับคืนมา หากมีกองทุนส่งเสริมเพื่อการพัฒนาธุรกิจให้ดีขึ้นจะเป็นแนวทางที่ดีมาก ในการสร้างการเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

การผนึกกำลัง สร้างแฟรนไชส์ยุคใหม่ ครั้งนี้ เป็นการรวมความรู้จากองค์กรที่มีศักยภาพ และผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านมาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ที่มีคุณค่ายิ่ง ให้กับผู้ที่ต้องการเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์ รวมไปถึงผู้ที่ต้องการความรู้เพื่อนำไปใช้ในอนาคตด้วย ผลของการจัดกิจกรรมนี้ มั่นใจได้ว่า จะมีธุรกิจที่ดีๆของประเทศ ได้รับการส่งเสริม และสามารถขยายธุรกิจ ได้ด้วยระบบแฟรนไชส์เพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเปิดตลาดอาเซียนที่กำลังจะมาถึงนี้ แฟรนไชส์จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยขยายสินค้าและบริการไปสู่ตลาดการค้านี้ได้ สมาคมแฟรนไชส์ไทย บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย, นิตยสาร ฟรี อีแมกกาซีนโอกาสธุรกิจ และบริษัทแฟรนไชส์โฟกัส จึงภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีบทบาทในการสร้างการเ%CUR%ติบโตของธุรกิจแฟรนไชส์ของประเทศไทยของเรา และคาดว่าจะมีการขยายความร่วมมือเพิ่มมากขึ้นอีก ในโอกาสต่อไป

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมอบรมสร้างระบบแฟรนไชส์ 20 ชั่วโมง ติดต่อได้ที่ สมาคมแฟรนไชส์ไทย 02-321-7701-4 email: [email protected] หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.franchisefocus.com, หรือ www.opbizmag.com

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท