posttoday
เวิร์กช็อปแผนท่องเที่ยวปั๊มรายได้ 2 ล้านล.

เวิร์กช็อปแผนท่องเที่ยวปั๊มรายได้ 2 ล้านล.

11 เมษายน 2556

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในขณะนี้ ได้สะท้อนหลากหลายปัญหาที่ซุกอยู่ใต้พรมในวงจรธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เห็นภาพเด่นชัดยิ่งขึ้น ทั้งปัญหาการขาดแคลนบุคลากร การกระจุกตัวของนักท่องเที่ยว มาตรการรักษาความปลอดภัย ฯลฯ ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่เจ้ากระทรวงคนใหม่ สมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ต้องเร่งวางแผนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

สมศักย์ เล่าว่า ได้มอบหมายให้ สุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประสานความร่วมมือกับกระทรวงคมนาคมและภาคเอกชนท่องเที่ยว จัดเวทีระดมความคิดเห็น (เวิร์กช็อป) ด้านการท่องเที่ยวและการคมนาคมขนส่งแบบครบวงจร ให้มีทิศทางพัฒนาที่สอดคล้องกัน สอดรับกับแผนลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งของรัฐบาลวงเงิน2 ล้านล้านบาท รวมถึงแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งร่วมกัน เนื่องจากอำนาจความรับผิดชอบบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวขึ้นตรงกับหลายกระทรวง โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดทุกภาคส่วนเร่งรวบรวมปัญหาเรื่องอำนาจหน้าที่ในการทำงาน เพื่อวางแผนปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ท่องเที่ยวปัจจุบัน

เบื้องต้นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม เช่น การขอใบอนุญาตประกอบการรถบัสขนาดใหญ่ สำหรับบริการนักท่องเที่ยว มีขั้นตอนที่ล่าช้า การขาดแคลนด้านแหล่งเงินทุนให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจ การพัฒนาป้ายบอกทาง 2 ภาษา หรือภาษาอื่นๆ ที่สำคัญและเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เดินทางมาประเทศไทยจำนวนมาก ซึ่งในอนาคตจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนป้ายบอกทางอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวด้วย รวมถึงการพัฒนาท่าอากาศยาน เที่ยวบินสายการบิน

โดยการทำเวิร์กช็อปร่วมกันในครั้งนี้ จะเร่งหาข้อสรุปให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 เม.ย.นี้ เพื่อจัดทำเป็นโรดแมปการท่องเที่ยวไทย ผลักดันรายได้ทางการท่องเที่ยวไทย 2 ล้านล้านบาท ในปี 2558 เสนอต่อนายกรัฐมนตรี พิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในลำดับต่อไป

“การทำงานของกระทรวงจะเน้นประสานการทำงานรอบทิศทาง เพราะกฎหมายบางฉบับไม่ได้เอื้อให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และหน่วยงานในสังกัดเป็นผู้มีอำนาจปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ ในส่วนนี้เตรียมหารือเพื่อปรับเปลี่ยนและวางทิศทางต่อไป” สมศักย์ กล่าว

สำหรับนโยบายเร่งด่วน มี 6 เรื่องหลัก ได้แก่1.การเพิ่มรายได้ค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ 2.การส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ 3.การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น 4.การเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ด้านการท่องเที่ยวในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน 5.การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและ อำนวยความสะดวกการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคด้านการท่องเที่ยว และ 6.การพัฒนาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว โดยได้มอบหมายให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) วางแผนงานกับภาคเอกชน เพื่อปรับเปลี่ยนแผนแม่บทการท่องเที่ยวร่วมกัน

สมศักย์ เล่าว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมศึกษาแนวทางการส่งเสริมให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อรับการเปิดเสรีอาเซียนในปี 2558 ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีเจ้าภาพหลักในการทำหน้าที่ดังกล่าว ขณะที่ ททท.มีหน้าที่ส่งเสริมการตลาดให้คนไทยเที่ยวไทยและต่างชาติเที่ยวไทยเท่านั้น ในส่วนนี้จำเป็นต้องวางแผนรองรับอนาคตไว้ เพราะเชื่อว่าหลังการเปิดเสรีอาเซียน รัฐบาลในแต่ละประเทศจะสนับสนุนให้กลุ่มอาเซียน และอาเซียนบวก 3 เดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงกันระหว่างประเทศมากขึ้น

ด้าน พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว เล่าว่า ตำรวจท่องเที่ยวได้เสนอการเพิ่มอำนาจสอบสวนผู้ต้องหาให้กับตำรวจท่องเที่ยว เพื่อให้กระบวนการสืบสวนสอบสวน จับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจากปัจจุบันตำรวจท่องเที่ยวไม่มีอำนาจการสอบสวน โดยส่งต่อผู้ต้องหาให้กับท้องที่ดำเนินการต่อ ซึ่งบางครั้งมีความล่าช้าไม่ทันต่อระยะเวลาที่นักท่องเที่ยวต่างชาติพำนักในไทย หากกระบวนการยุติธรรมสามารถปรับเปลี่ยนในส่วนดังกล่าวได้ เชื่อว่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่ดีในสายตานักท่องเที่ยว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท