
ดัชนีเดือน ก.พ. ลด หวังทุนนอกกระตุ้น
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) รายงานดัชนีเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการ (Trade & Service Sentiment Index : TSSI) เดือน ก.พ. 2556 เปรียบเทียบกับเดือน ม.ค. ดัชนีลดลงเล็กน้อย ขณะที่ดัชนีเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้ามีแนวโน้มดีขึ้น จากความหวังต่อนักลงทุนต่างชาติ
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) รายงานดัชนีเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการ (Trade & Service Sentiment Index : TSSI) เดือน ก.พ. 2556 เปรียบเทียบกับเดือน ม.ค. ดัชนีลดลงเล็กน้อย ขณะที่ดัชนีเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้ามีแนวโน้มดีขึ้น จากความหวังต่อนักลงทุนต่างชาติ
ทั้งนี้ ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการ (TSSI) ประจำเดือน ก.พ.2556 เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน ม.ค. 2556 พบว่า ดัชนี TSSI SMEs รวมภาคการค้าและบริการลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 46.1 จากระดับ 46.6 หรือลดลง 0.5 และเป็นการลดลงทุกภาคธุรกิจ
สำหรับภาคค้าส่ง ค้าปลีก และภาคบริการ ค่าดัชนีลดลงอยู่ที่ 47.8 45.5 และ 46.0 จากระดับ 49.5 45.7 และ 46.5 หรือลดลง 1.7 0.2 และ 0.5 ตามลำดับ ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศและต่อธุรกิจตัวเองที่ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 49.1 และ 48.2 จากระดับ 44 และ 44.1 หรือเพิ่มขึ้น 5.1 และ 4.1 ตามลำดับ
ชาวันย์ สวัสดิ์ชูโต รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า ค่าดัชนีรวมภาคการค้าและบริการในเดือน ก.พ. 2556 ปรับตัวลดลงทุกภาคธุรกิจ เป็นผลจากผู้ประกอบการมีความกังวลด้านต้นทุนเป็นหลัก เนื่องจากระดับราคาขายปลีกน้ำมันทั้งเบนซินและดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นถึงลิตรละ 2.00 บาท และ 0.20 บาท ตามลำดับ และการเพิ่มขึ้นของค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท/วัน ทั่วประเทศ
ประกอบกับระดับราคาสินค้าเกษตรปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 และปรับตัวลดลง 4.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ค่าครองชีพของประชาชนปรับเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ การส่งออกหดตัวลดลง 5.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือมีมูลค่าการส่งออก 17,928 ล้านเหรียญสหรัฐ
เมื่อพิจารณาแต่ละประเภทกิจการ พบว่า ภาคค้าส่ง กิจการค้าส่งสินค้าอุปโภค/บริโภค ค่าดัชนีลดลงในระดับสูงอยู่ที่ 47.5 จากระดับ 50 หรือลดลง 2.5 ภาคค้าปลีก กิจการร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ค่าดัชนีลดลงในระดับสูงอยู่ที่ 46.3 จากระดับ 48.6 ลดลง 2.3 โดยมีผลจากการเร่งการบริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา และประชาชนยังมีความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น จึงระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย
ส่วนภาคบริการ พบว่า บริการด้านการก่อสร้าง ค่าดัชนีลดลงระดับสูงอยู่ที่ 50.8 จากระดับ 51.3 ลดลง 0.5 ผลจากราคาวัสดุก่อสร้างและราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เห็นได้จากดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างอยู่ที่ระดับ 125.8 เพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า รวมภาคการค้าและบริการ พบว่า ค่าดัชนีปรับตัวลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 54.4 จากระดับ 55 หรือลดลง 0.6 และเป็นการลดลงของทุกภาคธุรกิจ อย่างไรก็ตาม แม้ดัชนีเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าจะปรับตัวลดลง แต่เนื่องจากอยู่ในระดับที่เกินกว่าค่าฐานที่ 50 จึงสะท้อนว่าผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นในระดับที่ดี โดยปัจจัยเกื้อหนุน คือ มีเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศมากขึ้น
นอกจากนี้ การเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวของต่างชาติที่เพิ่มขึ้นถึง 25.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือคิดเป็นจำนวน 2.33 ล้านคน ส่วนใหญ่มาจากภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และเกาหลี รวมทั้งการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการมากขึ้น
และการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย SET Index อยู่ที่ 1,541.58 จุด ณ สิ้นเดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 67.38% เช่นเดียวกับการอุปโภคบริโภคภายในประเทศและสถานการณ์ด้านการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
สสว. รายงานดัชนี TSSI SMEs เดือนก.พ. 2556 ลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 46.1 โดยค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ และบริการก่อสร้าง ดัชนีลดลงในระดับสูง ผลจากผู้ประกอบการกังวลด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน เช่นเดียวค่าครองชีพของประชาชนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรและการส่งออกของประเทศหดตัวลง แต่คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าความเชื่อมั่นอยู่ในระดับที่ดี ผลจากการไหลเข้าของเม็ดเงินจากต่างประเทศ การอุปโภคบริโภคภายในประเทศ และการลงทุนภาคเอกชนขยายตัว
รายงานข่าวจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยถึง
ระดับราคาสินค้าเกษตรปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 และปรับตัวลดลง 4.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ค่าครองชีพของประชาชนปรับเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย
นอกจากนี้การส่งออกหดตัวลดลง 5.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือมีมูลค่าการส่งออก 17,928 ล้านเหรียญสหรัฐ
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า รวมภาคการค้าและบริการ พบว่า ค่าดัชนีปรับตัวลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 54.4 จากระดับ 55.0 (ลดลง 0.6) และเป็นการลดลงของทุกภาคธุรกิจ โดยกิจการภาคค้าส่ง ภาคค้าปลีก และภาคบริการ ค่าดัชนีลดลงอยู่ที่ 51.9 54.6 และ 55.1 จากระดับ 53.3 54.8 และ 55.9 (ลดลง 1.7 0.2 และ 0.5) เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นต่อธุรกิจตนเอง ที่ค่าดัชนีลดลงอยู่ที่ 61.8 จากระดับ 63.8 (ลดลง 2.0) ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศ ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 73.9 จากระดับ 73.3 (เพิ่มขึ้น 0.6)
อย่างไรก็ดี แม้ดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า จะปรับตัวลดลงเล็กน้อย แต่เนื่องจากอยู่ในระดับที่เกินกว่าค่าฐานที่ 50 จึงสะท้อนว่าผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นในระดับที่ดี โดยปัจจัยเกื้อหนุน คือ มีเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศมากขึ้น
ทั้งการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวของต่างชาติที่เพิ่มขึ้นถึง 25.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือคิดเป็นจำนวน 2.33 ล้านคน ส่วนใหญ่มาจากภูมิภาคเอเซียโดยเฉพาะจีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และเกาหลี และการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย SET Index อยู่ที่ 1,541.58 จุด ณ สิ้นเดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 67.38% เช่นเดียวกับการอุปโภคบริโภคภายในประเทศและสถานการณ์ด้านการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ส่วนผลการสำรวจดัชนีรายภูมิภาคในเดือนก.พ.เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนม.ค. 2556 พบว่า ส่วนใหญ่มีค่าดัชนีลดลง โดยภูมิภาคที่มีค่าดัชนีลดลงมากที่สุด ได้แก่ ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก ค่าดัชนีลดลงอยู่ที่ 43.1 จากระดับ 45.2 (ลดลง 2.1) รองลงมาคือภาคใต้ ค่าดัชนีอยู่ที่ 45.5 จากระดับ 46.7 (ลดลง 1.2) และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่าดัชนีอยู่ที่ 45.9 จากระดับ 46.5 (ลดลง 0.6)
ขณะที่ภาคเหนือ และกรุงเทพฯ และปริมณฑล ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 49.7 และ 45.2 จากระดับ 49.5 และ 45.1 (เพิ่มขึ้น 0.2 และ 0.1) ตามลำดับ







