
กสทฯเดินหน้าธุรกิจบีเอฟเคที2.9หมื่นล.
กสทฯ เดินหน้าแผนธุรกิจบีเอฟเคที 2.9 หมื่นล้าน หลัง กทค. มีมติไม่ผิด พร้อมแก้สัญญาตาม พ.ร.บ.กสทช.
กสทฯ เดินหน้าแผนธุรกิจบีเอฟเคที 2.9 หมื่นล้าน หลัง กทค. มีมติไม่ผิด พร้อมแก้สัญญาตาม พ.ร.บ.กสทช.
กสท โทรคมนาคม ยันแก้ไขสัญญา6ข้อบีเอฟเคทีเสร็จแล้ว เตรียมเดินหน้าส่งแผนไอซีที และสศช.รอครม.ไฟเขียวงบคาด 3 เดือนเสร็จ หวังปั้นรายได้รวม 25,000 ล้าน
นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม หรือแคท (CAT) เปิดเผยว่า หลังจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ได้มีมติว่าบริษัท บีเอฟเคที ไม่มีความผิด ตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 บริษัทจะส่งแผนการแก้ไขสัญญาและเสนอของบประมาณกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอซีที) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ก่อนเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติงบประมาณลงทุนรวม 2.9 หมื่นล้านบาท
งบลงทุนจะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ค่าขยายไฟเบอร์ออปติกในระยะยาว 1.4 หมื่นล้านบาท และค่าเช่าโครงข่ายจากบีเอฟเคที 1.5 หมื่นล้านบาท คาดว่ากระบวนการดังกล่าวจะใช้ระยะเวลา 3 เดือน หรือปลายเดือน มิ.ย.นี้ จึงจะแล้วเสร็จทั้งหมด
สำหรับประมาณการรายได้จากสัญญาบีเอฟเคทีจะอยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาทในปีนี้ โดยบริษัทมีส่วนแบ่งรายได้สุทธิอยู่ที่ 17% หรือประมาณ 4,250 ล้านบาท แต่ในปีนี้รายได้จะรับรู้ผ่าน ครม. ในไตรมาส 2 นอกจากนี้ยังได้เตรียมขอเลขหมายเพิ่มไปยังคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ ซึ่งก่อนหน้านี้ไปยื่นขอไป 16.25 ล้านเลขหมาย แต่ กสทช. อนุมัติให้เพียง 5 ล้านเลขหมาย
การแก้ไขสัญญาธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ เพื่อให้บริการ 3จี เทคโนโลยี เอชเอสพีเอ บนคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ ระหว่างบริษัท กสทฯ กับบริษัท บีเอฟเคที ในกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำนวน 6 ข้อ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา 46 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่กำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 (พ.ร.บ.กสทช.) ได้เสร็จสิ้นแล้ว
ตามที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ได้ให้แก้ไขจำนวน 6 ข้อ “กสทฯ ได้ดำเนินการส่งได้ส่งหนังสือแก้ไขสัญญาทั้ง 6 ข้อ ไปให้กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เรียบร้อยแล้ว” นายกิตติศักดิ์ กล่าว
หลังจากนี้บริษัทจะดำเนินการตามกระบวนการที่ถูกต้องตามเมื่อทางกทค.ได้มีมติว่าบริษัทบีเอฟเคที ไม่มีความผิดทางกฎหมายตามมาตรา 7 พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 โดยจะส่งแผนการแก้ไขสัญญาและเสนอของบประมาณไปให้กับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอซีที) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ก่อนจะเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.)เพื่อขออนุมัติงบประมาณลงทุนรวม 29,000 ล้านบาท ซึ่งงบลงทุนจะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ค่าขยายไฟเบอร์ออพติกในระยะยาว 14,000 ล้านบาท และค่าเช่าโครงข่ายจากบีเอฟเคที 15,000 ล้านบาท
นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า คาดว่ากระบวนการดังกล่าวจะใช้ระยะเวลา 3 เดือน หรือปลายเดือนมิ.ย.นี้จึงจะแล้วเสร็จทั้งหมด โดยประมาณการณ์รายได้จากสัญญาทางธุรกิจดังกล่าวระหว่างบริษัทและบีเอฟเคทีจะอยู่ที่ 25,000 ล้านบาทในปีนี้ ซึ่งบริษัทจะมีส่วนแบ่งรายได้สุทธิอยู่ที่ 17% ของรายได้ดังกล่าว หรือประมาณ 4,250 ล้านบาท แต่ในปีนี้รายได้จะรับรู้ผ่านครม.ในไตรมาสที่ 2 พร้อมกันนี้ยังได้เตรียมขอเลขหมายเพิ่มไปยังกสทช.เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ไปยื่นขอไป 16.25 เลขหมาย แต่กสทช.อนุมัติให้เพียง 5 ล้านเลขหมาย
ทั้งนี้สัญญาใน 6 ข้อที่กทค.มีมติให้แก้ไข ประกอบด้วย 1.กสท ต้องสามารถนำคลื่นความถี่ย่าน 800 เมกะเฮิร์ตซ์ (Band V) ไปใช้กับเครื่อง และอุปกรณ์ของตนเองหรือของบริษัทอื่นได้ 2. กสท ต้องเร่งรัดดำเนินการให้ตนเองสามารถควบคุมดูแลและบริหารจัดการคลื่นความถี่ได้อย่างสมบูรณ์ผ่านผู้ให้บริการระบบโทรศัพท์มือถือเน็ต (network operation) 3.กสท ต้องเร่งรัดดำเนินการให้ตนเองสามารถเข้าถึงข้อมูลการใช้งาน เพื่อการควบคุมดูแลและบริหารจัดการคลื่นความถี่ด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์
4.กสท ต้องเร่งรัดดำเนินการให้อำนาจของคณะกรรมการควบคุมการปฏิบัติงาน ตามสัญญามีความชัดเจน โดยแสดงให้เห็นถึงอำนาจในการบริหารจัดการคลื่นความถี่ของตนเองโดยชัดแจ้ง 5.กสท ต้องเร่งรัดดำเนินการให้ตนเองเป็นผู้ควบคุมและบริหารจัดการคลื่นความถี่ด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์ผ่านกระบวนการสร้าง และจัดหาความจุของบริษัท บีเอฟเคที โดยรวมถึง frequency planning, network rollout และ network operation และ 6.กสท ต้องเร่งรัดดำเนินการให้ตนเองเป็นผู้ควบคุมและบริหารจัดการคลื่นความถี่ด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์ผ่านการเจรจาให้บริการบริการข้ามโครงข่าย







