
เปิดใจ พรเทพ วัชรอำนวย กว่า 10 ปีก่อนลาออกเอซุสฯ
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
นาทีที่รู้ว่า พรเทพ วัชรอำนวย ตัดสินใจลาออกจากบริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) หลายคนในแวดวงไอทีต่างตกใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ เพราะว่ากันตามจริงแล้ว ระยะเวลามากกว่า 10 ปีที่ผ่าน พรเทพ เป็นเครื่องหมายสัญลักษณ์ประจำแบรนด์ เอซุส ไทยไปแล้ว และยังเป็นแหล่งข่าวในวงการไอที ที่ได้รับการยอมรับจากหลายต่อหลายฝ่ายอีกด้วย
ดังนั้น การลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการเอซุสครั้งนี้ จึงมีผลกระทบอย่างยิ่งต่อแบรนด์เอซุส และสร้างผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไอทีไทยอย่างแน่นอน เมื่อเป็นเช่นนี้จึงไม่ต้องแปลกใจหากก้าวต่อไปของ พรเทพ จะเป็นที่จับตามองจากทุกทิศทางในแวดวงไอทีโทรคม
พรเทพ กล่าวว่า การตัดสินใจลาออกจากเอซุส ถือเป็นการตัดสินใจที่ยากมาก เพราะเวลานี้คือช่วงขาขึ้นของเอซุสอย่างแท้จริง ปีที่ผ่านมา เอซุสสามารถสร้างยอดขายในตลาดโน้ตบุ๊กได้เป็นอย่างดี เป็นช่วงที่เอชพีแบรนด์อันดับ 2 เดิมมีการเปลี่ยนแปลงภายใน และเอซุสที่มีสินค้าที่ชัดเจน เจาะเข้าตลาดไฮเปอร์มาร์เก็ต และร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น พาวเวอร์บายและพาวเวอร์มอล เพิ่มส่วนแบ่งตลาดโน้ตบุ๊กเป็น 20% ตามหลังอันดับ 1 อย่างเอเซอร์มาติดๆ
อย่างไรก็ตาม ด้วยอายุการทำงาน จังหวะเวลาที่ลงตัว บวกกับความอิ่มตัวที่ทำงานกับเอซุสมานาน พรเทพ ได้ตัดสินใจลาออก แม้จะมีเสียงทัดทานจากภายในองค์กร รวมถึงคู่ค้าพันธมิตร แต่เมื่อเลือกทางเดินใหม่แล้ว ก็ไม่มีการเปลี่ยนใจ และแน่นอนว่ามีหลายแบรนด์ทั้งในวงการไอทีด้วยกัน และในวงการโทรคมนาคม โดยเฉพาะแบรนด์มือถือต่างๆ ให้ความสนใจทาบทามไปร่วมงาน
“รู้สึกเป็นเกียรติที่มีแบรนด์ต่างๆ องค์กรต่างๆ ให้ความสนใจทาบทามไปร่วมงาน แต่ช่วงแรกจะยังเป็นที่ปรึกษา เพื่อโอนถ่ายงานความรับผิดชอบให้กรรมการผู้จัดการคนใหม่ของเอซุสก่อน สัก 23 เดือน แต่ก็เป็นส่วนน้อย เนื่องจากเวลาหลักๆ คือจะใช้เวลากับครอบครัว และต้องการทุ่มเทให้กับธุรกิจส่วนตัวมากกว่า ซึ่งยังเป็นธุรกิจในอุตสาหกรรมไอทีแน่นอน เพราะประสบการณ์ที่อยู่มานาน ซึ่งในอนาคตจะมีโอกาสพูดคุยให้ฟังอีกครั้ง” พรเทพ กล่าว
เมื่อถามถึงทิศทางต่อไปของเอซุส ในฐานะผู้ที่ปลุกปั้นแบรนด์ในไทยมากกว่า 10 ปี พรเทพ กล่าวว่า จุดเด่นของเอซุสคือ สินค้านวัตกรรมที่โดดเด่นและแตกต่าง ในส่วนของโน้ตบุ๊กและอัลตราบุ๊ก มีระดับราคาที่ครอบคลุม ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 หน้าจอระบบสัมผัส ในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ เอซุสเป็นแบรนด์แรกที่เปิดตัว แท็บเล็ต ทรานส์ฟอร์มเมอร์ สามารถถอดประกอบ แยกชิ้นส่วน เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน เป็นรายแรกที่เปิดตัวแท็บเล็ตราคาต่ำกว่า 5,000 บาทเพื่อตีตลาดแบรนด์จีน และสุดท้ายเปิดตัว แพดโฟน สมาร์ตโฟนที่สามารถเสียบประกอบกับแท็บเล็ตกลายเป็นแท็บเล็ตเพื่อสะดวกในการใช้งานได้อีกด้วย
นี่คือทิศทางที่เอซุสจะมุ่งหน้าต่อไป แม้ว่าพรเทพจะไม่ได้ทำหน้าที่หัวเรือใหญ่แล้ว แต่เอซุสก็ยังมีความชัดเจน ยิ่งต่อไปจะเห็นสินค้าประเภทสมาร์ตโฟนมากขึ้น รวมถึงเดสก์ท็อป ที่แต่เดิมเอซุสยังไม่เคยทำตลาดเลย อาจจะมีมาให้เห็นได้เช่นเดียวกันในรูปแบบคอมพิวเตอร์ออลอินวัน นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ว่าเอซุสยังเติบโตได้อีกมาก
พรเทพ กล่าวต่อไปว่า แต่การที่เอซุสจะยังไม่มีกรรมการผู้จัดการตัวจริงในช่วง 34 เดือนจากนี้ จะเป็นรอยต่อสำคัญ แม้จะมีผู้บริหารระดับภูมิภาคมาดูแล แต่คงไม่มีเวลามาสั่งการได้ตลอดและคงไม่เข้าใจตลาดไทยจริงจังเท่าคนไทยด้วยกัน จึงอาจเป็นช่วงที่เอซุสต้องชะงักการทำตลาดไป และการจะหาผู้บริหารไทยมารับตำแหน่งนี้แทน ก็ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ยากมากเช่นเดียวกัน
“การหาคนมาแทนในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการเอซุส ประเทศไทย ถือเป็นเรื่องยาก ถ้าดูแบรนด์สินค้าไอทีทุกวันนี้มีผู้บริหารอยู่ครบแล้ว การจะดึงตัวข้ามแบรนด์มาไม่ใช่เรื่องง่าย และการจะหาคนจากนอกอุตสาหกรรมก็อาจจะไม่เข้าใจอุตสาหกรรมอีก แต่นี่เป็นโจทย์ที่ภายในเอซุส จะต้องร่วมกันแก้ปัญหาต่อไป อาจจะเป็นคนในที่ได้รับโปรโมตขึ้นมา หรืออาจจะเป็นผู้บริหารจากต่างประเทศย้ายมาก็เป็นไปได้” พรเทพ กล่าว
สำหรับการเปลี่ยนแปลงภายในเอซุส ประเทศไทย รวมถึงการลาออกของผู้บริหารในระดับรองลงไป พรเทพ กล่าวว่า เป็นสิทธิการตัดสินใจของแต่ละคน สามารถทำงานอยู่ต่อไป หรือจะลาออกตามไปด้วยก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ จุดนี้ต้องยอมรับว่า ทีมงานเอซุสในประเทศไทยนั้น พรเทพ คือหัวใจสำคัญที่สร้างทีมงานขึ้นมา เมื่อหัวเรือใหญ่ออก ย่อมมีผลกระทบต่อลูกเรือไม่มากก็น้อย และอาจเป็นโจทย์สำคัญที่เอซุสต้องรับมือ
ในช่วงเวลานี้ มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารในวงการไอทีโทรคมหลายคนหลายแห่ง ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาของธุรกิจ ไม่มีใครหรือสิ่งใดที่อยู่ได้ตลอดไป ซึ่งหากเปรียบการเปลี่ยนแปลงก็เหมือนกับหยดน้ำที่หล่นลงกระทบบนผิวน้ำ และทำให้เกิดระลอกคลื่น และระลอกคลื่นที่เกิดขึ้นนี่เอง เป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างยิ่งว่าจะส่งผลต่อเนื่องในวงกว้างหรือไม่ เช่นเดียวกับครั้งนี้ หากเอซุสชะงักไปช่วงเวลาหนึ่ง แบรนด์ใดที่จะคว้าโอกาสตรงนี้ไว้ได้ ต้องจับตามองแบบห้ามกะพริบ







