posttoday
ธุรกิจแฟรนไชส์ทางลัดผู้ประกอบการยุคใหม่

ธุรกิจแฟรนไชส์ทางลัดผู้ประกอบการยุคใหม่

10 เมษายน 2556

“ธุรกิจแฟรนไชส์” กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยเหตุผลหลายๆ ประการ ด้วยเป็นธุรกิจสำเร็จรูปที่ง่ายในการเริ่มต้นสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ เป็นธุรกิจที่มีองค์ความรู้ (Knowledge) และวิธีการบริหารจัดการ (Knowhow) ที่มีสูตรสำเร็จไว้ให้เรียบร้อยแล้วทั้งด้านการผลิต การจัดหาวัตถุดิบ การบริหารระบบธุรกิจ การตลาด การเงิน และการบริหารบุคลากร รวมถึงความมีชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของตราสินค้าหรือบริการของบริษัทเจ้าของแฟรนไชส์ที่เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคอยู่ก่อนแล้ว

“ธุรกิจแฟรนไชส์” กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยเหตุผลหลายๆ ประการ ด้วยเป็นธุรกิจสำเร็จรูปที่ง่ายในการเริ่มต้นสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ เป็นธุรกิจที่มีองค์ความรู้ (Knowledge) และวิธีการบริหารจัดการ (Knowhow) ที่มีสูตรสำเร็จไว้ให้เรียบร้อยแล้วทั้งด้านการผลิต การจัดหาวัตถุดิบ การบริหารระบบธุรกิจ การตลาด การเงิน และการบริหารบุคลากร รวมถึงความมีชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของตราสินค้าหรือบริการของบริษัทเจ้าของแฟรนไชส์ที่เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคอยู่ก่อนแล้ว

ข้อดีของธุรกิจแฟรนไชส์ มีด้วยกันหลายประการ ดังนี้ ประการแรกคือ ช่วยลดความเสี่ยง เนื่องจากการลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์อาศัยจำนวนเงินลงทุนที่น้อยกว่าการลงทุนเริ่มธุรกิจใหม่ด้วยตัวเอง เพราะไม่ต้องเสี่ยงกับปัญหาหลักๆ ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ ทั้งนี้ เนื่องจากธุรกิจแฟรนไชส์ได้ผ่านการทดสอบตลาดอย่างประสบผลสำเร็จเรียบร้อยแล้ว ทำให้ตรายี่ห้อของแฟรนไชส์มักจะมีชื่อเสียงและภาพลักษณ์ในระดับที่ดีอยู่แล้ว ได้รับการยอมรับจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในตลาด ดังนั้น การเปิดร้านแฟรนไชส์จึงช่วยย่นระยะเวลาในการสร้างแบรนด์เพื่อสร้างลูกค้า สามารถดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาซื้อสินค้าหรือใช้บริการได้ทันที ไม่จำเป็นต้องสร้างภาพลักษณ์ขึ้นมาใหม่

ประการต่อมา คือ ช่วยประหยัดเวลาและเงิน เนื่องจากเจ้าของแฟรนไชส์จะดำเนินกิจกรรมทางการตลาด อาทิ การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการตลาด มาแล้วอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการวิจัยและพัฒนาเพื่อปรับปรุงสินค้าและบริการให้ทันสมัยอยู่เสมอ ดังนั้นจึงช่วยให้ผู้ลงทุนซื้อแฟรนไชส์ลดค่าใช้จ่ายในการสร้างตลาดหรือลองผิดลองถูกส่วนนี้ได้ นอกจากนี้ยังได้รับประโยชน์การได้สิทธิซื้อวัตถุดิบและเครื่องมือเครื่องจักรในราคาที่ต่ำกว่าอีกด้วย

ประการที่สุดท้าย คือ ได้รับความสะดวกในการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้งทางด้านกระบวนการผลิต ไปกระทั่งถึงเทคโนโลยีทางการบริหารจัดการ อาทิ ระบบการบริหารจัดการ ระบบบัญชี ระบบการขาย ระบบการบริการ ระบบควบคุมคลังสินค้าและการบริหารวัตถุดิบ การตลาด และการฝึกอบรมให้ความรู้เพื่อให้สามารถเปิดดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ยังมีข้อเสียที่เห็นเด่นชัด อาทิ ประการแรก คือ อาจมีค่าใช้จ่ายสูงในการชำระค่าธรรมเนียมและผลตอบแทน ข้อนี้สำคัญเพราะเงินแต่ละบาทที่ผู้ซื้อแฟรนไชส์ (Franchisee) จะต้องเสียค่าธรรมเนียม ค่าสิทธิ และค่าการจัดการในรูปแบบของ Franchise Fee ก่อนเริ่มกิจการโดยที่ยังไม่ทราบว่ากิจการจะมีกำไรหรือไม่ และยังต้องเสียส่วนแบ่งรายได้ในรูปของ Royalty Fee และ Advertising Fee ตามสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้

ประการต่อมา คือ ผู้ซื้อแฟรนไชส์อาจมีข้อจำกัดในการทำงาน ขาดความเป็นอิสระในการเป็นตัวของตัวเอง และอาจรวมไปถึงขาดความอิสระในด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เนื่องจากต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาที่กำหนดไว้อย่างละเอียดถี่ถ้วนเท่านั้น

ประการที่สาม คือ อาจมีข้อโต้แย้งเนื่องจากอาจมีข้อกำหนดหรือสัญญาบางอย่างที่ลิดรอนสิทธิของผู้ซื้อแฟรนไชส์ได้ในภายหลัง เช่น ราคาค่าวัตถุดิบค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตลอดจนการเปิดสาขาใหม่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน เป็นต้น รวมถึงอาจมีโอกาสในการถูกบอกเลิกสัญญาได้โดยง่ายอีกด้วย หากเกิดข้อขัดแย้งกันในภายหลัง

ประการที่สี่ คือ หากองค์กรเจ้าของแฟรนไชส์เกิดภาวะภาพลักษณ์ตกต่ำลง หรือเกิดความล้มเหลวในการดำเนินธุรกิจจะส่งผลกระทบกระเทือนต่อการดำเนินธุรกิจของแฟรนไชส์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ประการสุดท้าย คือ เจ้าของแฟรนไชส์อาจไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาในเรื่องเกี่ยวกับการให้การสนับสนุน การปรับปรุงและการพัฒนาแบรนด์แฟรนไชส์ได้อย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น ผู้ประกอบการที่มีความสนใจในธุรกิจแฟรนไชส์จะต้องมีการเตรียมความพร้อมของตนเองก่อนเริ่มธุรกิจแฟรนไชส์ดังต่อไปนี้ ประการแรกต้องสร้างความรู้ความเข้าใจในระบบธุรกิจแฟรนไชส์ โดยการศึกษารายละเอียดธุรกิจ นโยบายของเจ้าของแฟรนไชส์ คู่มือมาตรฐานการบริหารแฟรนไชส์นั้นๆ ตลอดจนความน่าเชื่อถือของบริษัทในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติตามสัญญา

ประการต่อมา คือ การประเมินลักษณะอุปนิสัยส่วนตัวของเราว่ามีสไตล์การดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องไปกับกฎระเบียบและกติกาของบริษัทเจ้าของแฟรนไชส์ได้มากน้อยเพียงใด

ประการที่สาม คือ การจัดหาเงินทุนที่เพียงพอ ทั้งในส่วนของค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Franchise Fee) ค่าสถานที่ ค่าวัสดุอุปกรณ์ และจะต้องมีเงินทุนสำรองไว้ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนส่วนหนึ่งด้วย

ประการสุดท้ายที่สำคัญมากๆ คือ การทำความเข้าใจเงื่อนไขสัญญาแฟรนไชส์ให้ละเอียดชัดเจนรอบคอบ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิต่างๆ ทั้งของเจ้าของแฟรนไชส์ และผู้ซื้อแฟรนไชส์ว่ามีขอบเขตอย่างไร ใครได้รับสิทธิประโยชน์อะไร และไม่ได้รับสิทธิประโยชน์อะไร อย่างไร เมื่อไหร่ เพื่อประโยชน์ในการร่วมกันสร้างธุรกิจแฟรนไชส์ให้เติบโตร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ