posttoday
นาทีทองครูต่างชาติสถานศึกษารุมแย่ง

นาทีทองครูต่างชาติสถานศึกษารุมแย่ง

09 เมษายน 2556

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ในยุคที่คนไทยตื่นตัวกับกระแสการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ทำให้ภาษาอังกฤษและภาษาอาเซียนกลายเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องรู้

ดังนั้นสถาบันการศึกษาต่างๆ จึงหันมาเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนนานาชาติ เพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว ส่งผลให้สถาบันการศึกษาทั้งหลายต้องงัดกลยุทธ์เพื่อจูงใจให้บุคลากรที่มีความรู้ทางภาษามาทำงานด้วย

อุษา สมบูรณ์ นายกสมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทย (ISAT) เล่าให้ฟังว่า ปัญหาเรื่องการแย่งตัวบุคลากรสอนภาษาชาวต่างชาติภายในประเทศกันเองนั้น ขณะนี้ไม่ใช่ประเด็น แต่ที่เป็นปัญหาคือ การไปแข่งเพื่อแย่งตัวบุคลากรกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เพราะต้องไม่ลืมว่าเวลานี้ทุกประเทศกำลังปรับตัวทางด้านการศึกษาเช่นกัน

การจ้างบุคลากรชาวต่างชาติในกลุ่มโรงเรียนนานาชาตินั้น ปกติก็มีอัตราค่าจ้างที่สูงกว่าทั่วไปอยู่แล้ว โดยพิจารณาตามคุณภาพของบุคลากรด้วย ซึ่งคุณสมบัติของบุคลากรต่างชาติที่รับจะต้องมีประสบการณ์อย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป จบตรงตามคุณวุฒิที่สอน และจะต้องมีทักษะการสอนที่ดี สามารถสอนให้เด็กเข้าใจและรู้ลึกซึ้งในเรื่องที่เรียน

อุษา กล่าวว่า การติดต่อและรับบุคลากรต่างชาติของสมาคมโรงเรียนนานาชาติ ส่วนใหญ่จะเป็นการรับสมัครผ่านบริษัทตัวแทน (เอเยนซี) โดยแต่ละโรงเรียนจะแจ้งความต้องการบุคลากรในสาขาที่ต้องการเข้าไปยังเอเยนซีเหล่านั้น ขณะเดียวกันบุคลากรต่างชาติที่จบตรงตามวุฒิที่ต้องการก็จะเข้ามาเลือกดูโรงเรียนที่ตัวเองสนใจ

“แม้ว่าอัตราค่าจ้างบุคลากรต่างชาติในโรงเรียนนานาชาติของไทยก็นับว่าอยู่ในระดับต้นๆ ของเอเชีย โดยเริ่มต้นที่ประมาณ 45 หมื่นบาท/เดือน เป็นรองแค่ฮ่องกงและสิงคโปร์เท่านั้น แต่ก็ยังเกิดการแย่งตัวกันอยู่ เพราะตอนนี้บุคลากรต่างชาติเป็นผู้เลือก เป็นเจ้าของตลาด” อุษา กล่าว

ปัจจุบันสมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทยมีทั้งหมด 137 โรง มีนักเรียนในโรงเรียนนานาชาติประมาณ 3.5 หมื่นคน เป็นนักเรียนจากทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย ที่ตามผู้ปกครองที่เดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย มีบุคลากรชาวต่างชาติรวมกันประมาณ 6,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

สำหรับกลยุทธ์ในการดึงดูดบุคลากรต่างชาติให้เข้ามาทำงานด้วยนั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงเรียน เช่น สัญญาการจ้างงานระยะยาว มีสิ่งแวดล้อมที่ดีในการทำงาน อัตราตัวเลขผลตอบแทน (เงินเดือน) ประกันสังคม และสวัสดิการต่างๆ เช่น ที่พัก

น่าสนใจว่าโรงเรียนบางแห่งอาจจะมีออปชันเสริมเพื่อจูงใจ เช่น ตั๋วเครื่องบินไปกลับประเทศบ้านเกิด (เมื่อทำงานครบ 2 ปี) ให้ทุนในการพัฒนาคุณวุฒิบุคลากรวงเงิน 1,800 เหรียญสหรัฐต่อปี หรือประมาณ 5 หมื่นบาทต่อปี

อย่างไรก็ดี กฎระเบียบต่างๆ ของคุรุสภาที่ออกมายิบย่อย เช่น การสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ การอบรมต่างๆ การขอเอกสารทางการศึกษา รวมทั้งการขออนุญาตต่ออายุวีซ่าของบุคลากรต่างชาติที่มีอายุในการยื่นขอแต่ละครั้งเพียง 90 วันเท่านั้น ซึ่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เอง ที่จะทำให้แรงดึงดูดของประเทศไทยหายไป

“ความจริงบุคลากรต่างชาติต่างชื่นชอบที่จะเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย แต่กฎระเบียบต่างๆ ที่ยุ่งยากและซ้ำซ้อนของไทย ไม่จูงใจให้บุคลากรเก่าที่มีประสบการณ์เลือกที่จะทำงานต่อ ซึ่งสุดท้ายก็จะเป็นตัวขัดเป้าหมายของรัฐที่ตั้งไว้ว่าจะเป็นศูนย์กลางการศึกษานานาชาติ จึงอยากให้รัฐบาลช่วยสนับสนุนเพื่อปลดล็อก และขจัดอุปสรรคเหล่านี้” อุษา ฝากทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท