
กสอ.คัดเข้มรายย่อยบุกตลาดเออีซี
กสอ.คัดเอสเอ็มอี 650 ราย บุกโรดโชว์อาเซียน เพิ่มโอกาสแข่งขัน พร้อมชงงบอาเซียนปี 2557 กว่า 300 ล้าน
กสอ.คัดเอสเอ็มอี 650 ราย บุกโรดโชว์อาเซียน เพิ่มโอกาสแข่งขัน พร้อมชงงบอาเซียนปี 2557 กว่า 300 ล้าน
นายโสภณ ผลประสิทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า ในช่วงปี 2556-2557 กรมจะเข้าไปดำเนินการพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จำนวน 2 หมื่นราย โดยตั้งเป้าจะยกระดับเอสเอ็มอีกลุ่มดังกล่าวให้ได้อย่างน้อย 5,000 ราย และคัดเลือกกลุ่มที่ดีที่สุด 650 ราย ไปเดินสายโรดโชว์ในประเทศกลุ่มอาเซียน เพื่อให้เอสเอ็มอีไทยเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ และเพิ่มโอกาสแข่งขันในระดับสากล
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเข้าร่วมอบรมพัฒนาศักยภาพหลายรูปแบบ เช่น ด้านเทคโนโลยี ด้านอุตสาหกรรมการผลิต ด้านการบริหาร จัดการต้นทุน
สำหรับปีงบประมาณ 2557 กสอ.ได้ของบประมาณดำเนินโครงการเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) กว่า 300 ล้านบาท โดยโครงการสำคัญยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้มีความสามารถในการแข่งขันระดับสากลมากขึ้น
นอกจากนี้ กรมยังอยู่ระหว่างการเชื่อมโยงเครือข่ายสนับสนุนอุตสาหกรรมทั้งภาครัฐและเอกชนของประเทศอื่นในอาเซียนอีก 9 ประเทศ เพื่อร่วมกันสนับสนุนเอสเอ็มอีในแต่ละประเทศให้เข้มแข็งจนสามารถแข่งขันได้
นายโสภณ กล่าวว่า สำหรับอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตดีเมื่อเปิดประชาคมอาเซียน ได้แก่ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งไทยมีความเชี่ยวชาญในการผลิตเพื่อส่งออกอยู่แล้ว ขณะที่อุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมก่อสร้าง นับเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องเร่งพัฒนาเพื่อรองรับโอกาสขยายตัว ส่วนอุตสาหกรรมสิ่งทอยังน่าเป็นห่วง ต้องเร่งเข้าไปพัฒนาเพื่อให้มีศักยภาพในการแข่งขัน
ขณะเดียวกันยังได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ทำการวิจัยและวิเคราะห์เพิ่มเติมเกี่ยวกับจุดแข็งจุดอ่อนของแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนด้วย
ด้านนายภควัต รักศรี ผู้จัดการงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กล่าวว่า เมื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน เชื่อว่าอนาคตของธุรกิจต่างๆ จะมีเพียง 2 ทาง คือ ร่ำรวยขึ้น หรือแย่ลงจนเกือบปิดกิจการ ไม่มีเสมอตัว เอสเอ็มอีจึงต้องเร่งปรับตัวให้ทันกระแสความเปลี่ยนแปลง
“เรื่องการทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ ใครที่เคยคิดว่าแค่ทำเว็บไซต์ก็เพียงพอแล้ว แท้จริงยังไม่เพียงพอ ต้องมีความแปลกใหม่กว่านั้น เช่น หากจัดแสดงป้ายสินค้าบนบอร์ดก็ต้องมีคิวอาร์โค้ดเชื่อมโยงให้ผู้บริโภคเข้าสู่หน้าสินค้าโดยตรงได้ ในเกาหลีใต้มีเทรนด์การนำช่องทางดังกล่าวมาใช้ และประสบความสำเร็จด้านการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์อย่างมาก” นายภควัต กล่าว
นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เอสเอ็มอีอยู่รอดได้ คือการนำช่องทาง eSupply Chain หรือการนำระ%CUR%บบออนไลน์เข้ามาใช้ตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต เพื่อให้กระบวนการขั้นตอนต่างๆ ลดลง เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการไปพร้อมกัน







