
ไทยเร่งตั้งคลังข้อมูลรับมือกีดกันการค้า
การเปิดเสรีการค้าภายใต้กรอบอาเซียน
โดย...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล
การเปิดเสรีการค้าภายใต้กรอบอาเซียน ที่จะมีการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี ) วันที่ 31 ธ.ค. 2558 แม้ว่าอาเซียน 6 ประเทศเดิมจะมีการลดภาษีสินค้าภายใต้กรอบเสรีอาเซียน (อาฟตา) เหลือ 0% ครบทุกรายการ ยกเว้นรายการสินค้าอ่อนไหวของแต่ละประเทศ และจะลดภาษีเหลือ 0% ครบทั้ง 10 ประเทศ หลังเปิดเออีซีในปี 2558
อย่างไรก็ดี การลดภาษีสินค้าดังกล่าวยังติดขัดอุปสรรคสำคัญอีกมาก โดยเฉพาะมาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี (เอ็นทีเอ็ม) และมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี (เอ็นทีบี) ที่แต่ละประเทศนำมาใช้ปกป้องอุตสาหกรรมภายใน ทำให้การใช้ประโยชน์จากการลดภาษียังไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่เปิดไว้
อุปสรรคดังกล่าวทำให้อาเซียนต้องเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาจากมาตรการทางการค้า โดยจะมีการรวมรวบมาตรการทางการค้าทั้งหมดขึ้นไว้ในเว็บไซต์กลางของอาเซียน เพื่อให้แต่ละประเทศได้เข้ามาตรวจสอบ และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาหากมีการใช้มาตรการทางการค้าที่ไม่ถูกต้อง หรือเป็นอุปสรรคต่อการเปิดเสรี
ในส่วนของไทย คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการจัดทำคลังข้อมูลทางการค้าระดับประเทศและคลังข้อมูลทางการค้าของอาเซียน และให้หน่วยงานรัฐอื่นที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการทางการค้า และกฎระเบียบทางการค้าต่างๆ ซึ่งจะนำมารวบรวมไว้ในคลังข้อมูลการค้าระดับประเทศของไทย
พิรมล เจริญเผ่า อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ตั้งแต่มีการลดภาษีภายใต้กรอบอาฟตาปี 2553 พบว่าปัจจุบันแต่ละประเทศมีการใช้มาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษีเพิ่มมากขึ้น เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในของตนเอง ซึ่งจะเป็นอุปสรรคสำคัญในการใช้ข้อตกลงการลดภาษี ดังนั้น ครม.จึงได้อนุมัติให้กรมไปจัดทำคลังข้อมูลกลางขึ้นมา เพื่อรวบรวมมาตรการทางทั้งหมดของทุกหน่วยงานขึ้นมา
ทั้งนี้ สาระสำคัญของคลังข้อมูลตามแผนที่ได้เสนอ ครม. คือ ไทยจะเริ่มจัดตั้งคลังข้อมูลทางการค้าระดับประเทศโดยเร็วที่สุด เพื่อให้แล้วเสร็จทันกับการจัดตั้งคลังข้อมูลทางการค้าของอาเซียนในปี 2558 โดยคลังข้อมูลทางการค้าระดับประเทศ จะถูกส่งข้อมูลไปจัดเก็บในคลังข้อมูลทางการค้าของอาเซียน ซึ่งเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลทางการค้า รวมถึงกฎระเบียบด้านการค้า ที่ทุกประเทศสามารถตรวจสอบมาตรการทางการค้าตามคลังข้อมูลทั้งหมด หากมีมาตรการใดที่เป็นอุปสรรค จะสามารถหยิบยกขึ้นมาเจรจาในเวทีอาเซียนแก้ไขปัญหาได้ทันสถานการณ์
พิรมล กล่าวว่า คาดว่าไทยคงจะทยอยจัดทำคลังข้อมูลให้แล้วเสร็จจนถึงสิ้นปี 2558 โดยตั้งเป้าหมายปีนี้จะรวบรวมข้อมูลจากหลายหน่วยงานให้แล้วเสร็จ และในปี 2557 จะมีการของบประมาณ 10 ล้านบาท จากรัฐบาลเพื่อนำมาจัดทำระบบคลังข้อมูลขึ้นมา เมื่อได้ข้อมูลเหล่านี้ครบถ้วน โดยข้อมูลจะถูกส่งไปรวบรวมไว้ในเว็บไซต์กลางของอาเซียน เพื่อให้แต่ละประเทศได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งจะทันกับการเปิดเออีซีพอดี
“ยอมรับว่าการจัดทำคลังข้อมูล อาจมีบางประเทศไม่นำมาตรการกีดกันการค้ามาใส่ไว้ในคลังข้อมูล เรื่องเหล่านี้ต้องใช้ความจริงใจของอาเซียนในเปิดแพร่ข้อมูลร่วมกัน หรือหากตรวจพบภายหลัง ก็สามารถหยิบยกมาหารือในเวทีอาเซียนภายหลังได้” พิรมล กล่าว







