
ทองคำจะขึ้นได้จริงหรือ?
เป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ ที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นได้ถึง 20 เหรียญสหรัฐ หรือกว่า 1% โดยที่ในคืนวันศุกร์ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (NonFarm Payroll) ออกมาต่ำกว่าที่มีการคาดการณ์กันอย่างมาก คือ คงเหลือเพียง 8.8 หมื่นตำแหน่ง หลุดจากตำแหน่ง 2.68 แสนตำแหน่ง ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับค่าเงินเงินยูโรและดัชนีค่าเงินเหรียญสหรัฐเองก็ปรับตัวลดลงบ้างที่ระดับ 82.467 ในขณะที่ราคาทองคำเองก็ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากระดับ 1,555 เหรียญสหรัฐในช่วงเช้า และสามารถทะลุขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1,570 เหรียญสหรัฐ ได้เป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ และไปปิดในตลาด COMEX ที่ระดับประมาณ 1,580 เหรียญสหรัฐ เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากตัวเลขคนว่างงานสหรัฐที่ออกมา แสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานยังคงซบเซา จึงมีความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงมาตรการ QE ต่อไปอีก หรือแม้แต่จะทำการเสริมมาตรการเพิ่มขึ้น
เป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ ที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นได้ถึง 20 เหรียญสหรัฐ หรือกว่า 1% โดยที่ในคืนวันศุกร์ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (NonFarm Payroll) ออกมาต่ำกว่าที่มีการคาดการณ์กันอย่างมาก คือ คงเหลือเพียง 8.8 หมื่นตำแหน่ง หลุดจากตำแหน่ง 2.68 แสนตำแหน่ง ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับค่าเงินเงินยูโรและดัชนีค่าเงินเหรียญสหรัฐเองก็ปรับตัวลดลงบ้างที่ระดับ 82.467 ในขณะที่ราคาทองคำเองก็ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากระดับ 1,555 เหรียญสหรัฐในช่วงเช้า และสามารถทะลุขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1,570 เหรียญสหรัฐ ได้เป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ และไปปิดในตลาด COMEX ที่ระดับประมาณ 1,580 เหรียญสหรัฐ เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากตัวเลขคนว่างงานสหรัฐที่ออกมา แสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานยังคงซบเซา จึงมีความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงมาตรการ QE ต่อไปอีก หรือแม้แต่จะทำการเสริมมาตรการเพิ่มขึ้น
ทองคำน่าจะเป็นเพียง Technical Rebound เท่านั้น!!
MTS Gold ยังวิเคราะห์ว่า การปรับขึ้นของราคาทองคำน่าจะเป็นเพียง Technical Rebound สั้นๆ จากแรงรับของข่าวและจะกลับตกลงมาใหม่ เนื่องจากเมื่อพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐาน พบว่ายังไม่มีอะไรมารองรับเท่าไหร่นัก โดยที่แนวต้านด้านบนอยู่ที่ระดับ 1,590 เหรียญสหรัฐ และ 1,600 เหรียญสหรัฐ ตามลำดับ ในขณะที่แนวรับด้านล่างอยู่ที่ระดับ 1,550 เหรียญสหรัฐ และ 1,560 เหรียญสหรัฐ ตามลำดับ โดยที่แนวต้านด้านบนยังมีแรงกดดันค่อนข้างมาก และสภาวะการขายทองคำของ SPDR ยังมีการขายอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา SPDR มีการเทขายทองคำออก 15.95 ตัน คงทองที่ระดับ 1,205.31 ตัน ในวันศุกร์ที่ผ่านมา
การปรับพอร์ตให้สมดุล
การที่ราคาทองคำดีดขึ้นมาในจังหวะที่รับข่าวเช่นนี้ น่าจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนในการปิดสถานะ Long Position ที่ยังค้างอยู่ หรือการเปิดสถานะ Short Position เพิ่มขึ้น เนื่องจาก MTS Gold ยังมองและวิเคราะห์ว่า แนวโน้มหลักของทองคำยังเป็นทิศทางขาลง การปรับสภาวะพอร์ตให้เหมาะสม จึงมีความหมายที่สำคัญสำหรับการบริหารการทำกำไรในทองคำ ใน 4 ประเด็น กล่าวคือ
1.การลงทุนตามแนวโน้มของตลาดเป็นที่ทราบกันดีกว่า MTS Gold วิเคราะห์ว่าเป็นแนวโน้มขาลงมาโดยตลอดตั้งแต่เดือน ม.ค. เราจึงย้ำเน้นในการปรับสถานะของพอร์ตให้เหมาะสมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการลงทุนในทองคำให้ได้กำไรในสถานะที่ทองลงก็คือ การทำ Short Against Port ซึ่งหมายถึงการนำทองของตัวเองออกมาขายก่อนแล้วซื้อคืนในภายหลัง โดยวิธีนี้ท่านก็จะได้กำไรจากการซื้อกลับ โดยใช้เงินน้อยลงและได้ทองคำก้อนเดิม หรือจำนวนเท่าเดิมกลับมา และอาจทำให้นักลงทุนสามารถเข้าออกจากตลาดได้อยู่เรื่อยๆโดยไม่ต้องมาคอยติดดอยอยู่เป็นระยะเวลานาน
2.การทำ Stop Loss การลงทุนที่จะปรับสภาพพอร์ตให้เหมาะสม จะต้องมีสภาวะหยุดขาดทุนให้รวดเร็ว จะทำให้เราขาดทุนแต่น้อย และเสริมศักยภาพในการทำกำไรให้ได้มากขึ้น
3.การทำกำไรไปตามสภาวะแนวโน้ม หมายความว่า ถ้าท่านถือครองทองคำและรออยู่เฉยๆ เพื่อให้มันกลับขึ้นมา อาจจะต้องรอ 1-2 ปี ในขณะที่เราสามารถยืมทองตัวเองมาขายดังกล่าวข้างต้น
4.การปรับ Portfolio ให้เป็นรูปพีระมิด เรียกได้ว่าหากสภาพตลาดในสภาวะตลาดขาลง แล้วตลาดมีการดีดขึ้นอย่างในคืนวันศุกร์ แนะนำให้เริ่มทำการเปิด Short Position ครั้งละ 510% เพื่อที่จะทำกำไรเพิ่มขึ้นในภาวะขาลง นั่นคือการทำ Short เพิ่มขึ้นเมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้นนั่นเอง
อันจะเห็นได้ว่า หากนักลงทุนปฏิบัติตามหลักได้ทั้ง 4 ประการดังกล่าวข้างต้น ท่านก็จะสามารถปรับสภาพพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมและสามารถกำไรได้ ไม่ว่าตลาดจะอยู่ในสภาวะไหนก็ตาม หากท่านใดมีข้อสงสัย สามารถส่งคำถามได้ที่ www.facebook.com/mtsgold เรายินดีจะตอบทุกคำถามที่ท่านสงสัย และหากท่านใดสนใจการลงทุนในทองคำ สามารถติดต่อได้ที่ MTS Call Center 02-222-6222 ต่อ 0







