
ยูโอบีลุ้นพลังงานปิโตรฯฟื้น
รอเศรษฐกิจโลกผงกเร็วครึ่งปีหลังหนุนหุ้นไทยวิ่งแรงแตะ 1,700 จุด
รอเศรษฐกิจโลกผงกเร็วครึ่งปีหลังหนุนหุ้นไทยวิ่งแรงแตะ 1,700 จุด
บลจ.ยูโอบี จับตาเศรษฐกิจโลกครึ่งปีหลังฟื้นเร็วกว่าคาด หนุนหุ้นพลังงานปิโตรเคมี ดันดัชนี 1,700 จุด
นายสิทธิศักดิ์ ณัฐวุฒิ ผู้อำนวยการอาวุโส หัวหน้าฝ่ายการลงทุนตราสารทุนในประเทศ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ยูโอบี (ไทย) กล่าวว่า หากช่วงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจโลกดีกว่าคาด สหรัฐฟื้นตัวต่อเนื่องและยุโรปไม่มีปัญหาไปมากกว่านี้ มองว่าหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี มีโอกาสฟื้นตัวและอาจหนุนให้ดัชนีแตะ 1,700 จุดได้ แต่ต้องได้รับการสนับสนุนจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก ปัจจุบันหุ้นทั้งสองกลุ่มราคายังไม่ขยับ ทำให้สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ยังอยู่ระดับต่ำ
ขณะที่แนวโน้มตลาดหุ้นในเดือน เม.ย.นี้ คาดว่าดัชนีจะพักฐาน หลังจากปรับตัวขึ้นมาตั้งแต่เดือน พ.ย. 2555 ที่ระดับ 1,270 จุด ขึ้นมาแถว 1,600 จุด ซึ่งเป็นเรื่องปกติและเป็นจังหวะที่ดี เพราะการพักฐานดังกล่าวจะทำให้ตลาดหุ้นไทยมีความแข็งแรงขึ้น เนื่องจากจะมีเวลาให้บริษัทจดทะเบียนสร้างกำไรได้ทันกับราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมา
“เรามองแนวรับแรกของดัชนีอยู่ที่ 1,470 จุด หากรับไม่อยู่โอกาสที่ดัชนีจะลงไปแถว 1,200 จุดปลายๆ ก็มีได้เช่นกัน แต่ไม่น่ากังวล เพราะปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจไทยไม่เปลี่ยนแปลง สภาพคล่องในประเทศที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ จึงเชื่อว่าดัชนีจะขึ้นสู่ระดับสูงสุดที่ 1,650 จุด ได้ในปีนี้” นายสิทธิศักดิ์ กล่าว
สำหรับหุ้นที่น่าลงทุนในปีนี้ยังคงเน้นกลุ่มที่มีรายได้ในประเทศเป็นหลัก ได้แก่ กลุ่มธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้างและสื่อ และในช่วงที่หุ้นปรับฐาน หุ้นกลุ่มสื่อสารก็ถือว่าน่าสนใจ เพราะมีอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ดีและรายได้มั่นคง จึงเป็นโอกาสในการซื้อเข้าพอร์ต
น.ส.วรรณจันทร์ อึ้งถาวร ผู้อำนวยการอาวุโส หัวหน้าฝ่ายการลงทุนต่างประเทศ บลจ.ยูโอบี (ไทย) กล่าวว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจรวมทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐและค่าเงินเหรียญสหรัฐมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นในปีนี้ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของตลาดแรงงานและภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นสำคัญ
ด้านยุโรปยังคงอยู่ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความยืดเยื้อของประเทศไซปรัสในการยอมรับเงื่อนไขจากอียูที่ทางรัฐบาลจะต้องขึ้นภาษีเงินฝากครั้งใหญ่ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าสุดท้ายแล้วทางไซปรัสน่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับทางอียูได้ แต่จะตามมาด้วยการถอนเงินเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจากบัญชีธนาคารจากต่างประเทศที่อาจลุกลามต่อในประเทศอื่นๆ ในยุโรปได้
สำหรับจีนยังมีแนวโน้มฟื้นตัวด้วยปัจจัยสนับสนุนให้ขยายตัวแบบยั่งยืนจากนโยบายการปฏิรูประบบเศรษฐกิจที่เน้นลงทุนในระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเพื่อเพิ่มความเป็นเมือง (Urbanization) เพิ่มบทบาทการลงทุนของภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐด้านสวัสดิการ
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจจีนยังคงมีความเสี่ยงที่จะต้องติดตาม จากราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงปรับสูงขึ้น ซึ่งอาจกดดันให้รัฐบาลจีนต้องออกมาตรการควบคุม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ สำหรับโอกาสการลงทุนในขณะนี้ คือ การลงทุนหุ้นภูมิภาคเอเชียและตราสารหนี้ทั่วโลก
“หุ้นจีนแม้ราคายังถูกเมื่อเทียบตลาดหุ้นเอเชียอื่นๆ แต่จากมาตรการที่ทางการจีนออกมาควบคุมความร้อนแรงของอสังหาริมทรัพย์จะกดให้ตลาดหุ้นจีนไม่ค่อยขยับไปไหน การลงทุนในระยะสั้นยังไม่น่าสนใจ แต่จะเหมาะกับลงทุนระยะกลางและระยะยาวที่ทยอยสะสมได้” น.ส.วรรณจันทร์ กล่าว
น.ส.ชนิษฎา วีรานุวัตติ์ ผู้อำนวยการอาวุโส หัวหน้าฝ่ายการลงทุนตราสารหนี้ในประเทศและตราสารต่างประเทศ บลจ.ยูโอบี (ไทย) กล่าวว่า อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ในช่วงนี้ค่อนข้างมีความผันผวน โดยเฉพาะตราสารหนี้ระยะสั้น สาเหตุหลักเกิดจากเงินทุนไหลเข้าประเทศเพื่อเก็งกำไรค่าเงินบาท ซึ่งทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้พิจารณามาตรการเพื่อควบคุมค่าเงินบาทเพื่อมิให้แข็งค่าเร็วจนเกินไป เพราะจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจส่งออก
ทั้งนี้ในส่วนเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับ 3% และคาดว่า ธปท.จะคงอัตราดอกเบี้ยในครึ่งปีแรก และอาจจะมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังนี้
“ผลตอบแทนตราสารหนี้ในประเทศในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 3.3% หากนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ แนะนำให้เพิ่มการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศด้วย” น.ส.ชนิษฎา กล่าว







