posttoday
“ซิงเกอร์” ส่งเงินผ่อนถึงบ้าน

“ซิงเกอร์” ส่งเงินผ่อนถึงบ้าน

09 เมษายน 2556

โดย...เบญจมาศ เลิศไพบูลย์

โดย...เบญจมาศ เลิศไพบูลย์

จากจุดเริ่มต้นจักรเย็บผ้าคันแรกของโลก วันนี้ “ซิงเกอร์” ได้แตกไลน์ธุรกิจสู่การขายสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านรูปแบบเงินผ่อน รวมทั้งชิมลางตลาดลูกค้าร้านค้าโชห่วยในชุมชน ทั้งตู้แช่เย็น ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ และตู้เต็มเงินโทรศัพท์มือถือ สร้างกำไรให้บริษัทแม่ ซิงเกอร์ประเทศไทย ได้เป็นกอบเป็นกำ

คนเมืองอาจรู้สึกว่าแบรนด์ซิงเกอร์คือแบรนด์ในวันวาน คิดถึงแต่ภาพพนักงานเคาะประตูขายของถึงหน้าบ้าน แต่เชื่อหรือไม่ว่าทุกวันนี้พนักงานซิงเกอร์ก็ยังเดินสายพบลูกบ้าน เจาะตลาดภูธรละม้ายคล้ายนักการเมืองท้องถิ่นก็ไม่ผิด

บุญยง ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย เล่าว่า วันนี้ซิงเกอร์อยู่คู่คนไทยมาถึง 124 ปี ผ่านการขาดทุน 4 ปีต่อเนื่องจนพลิกกลับมาเป็นกำไรในปี 2553 ก่อนไต่ระดับสู่กำไรสูงสุด 226 ล้านบาท ในปี 2555 จากการขยายธุรกิจครัวเรือนสู่ผู้ประกอบการรายย่อย

“วันนี้เราติดปีกปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ เพราะในปี 2558 เมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะมีหลายบริษัทเข้ามาทำการค้าในไทย ซิงเกอร์จึงต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน” บุญยง กล่าว

ปัจจุบันซิงเกอร์มีบริษัทลูก ได้แก่ 1.บริษัท ซิงเกอร์ เซอร์วิส ให้บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าถึงบ้านทุกยี่ห้อ ไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าของซิงเกอร์

2.บริษัท ซิงเกอร์ ลีสซิ่ง ขายสินค้าเงินผ่อน

3.บริษัท ซิงเกอร์ (โบรคเกอร์) เน้นการขายสินค้าแนวตะเข็บชายแดน รวมทั้งส่งออกสินค้ายังประเทศเพื่อนบ้าน

กลุ่มลูกค้าหลักของซิงเกอร์ คือ คนที่ไม่สามารถซื้อสินค้าเงินผ่อนในห้างสรรพสินค้าได้ บางคนอาจมีเงินเดือนไม่มาก ไม่มีสลิปเงินเดือน เป็นทั้งกลุ่มพนักงานโรงงาน แม่ค้า และเกษตรกร ซึ่งปัจจุบันกลุ่มลูกค้าที่เป็นเกษตรกรมีจำนวนมากที่สุด คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีฐานะทางการเงินที่ดี มีกระแสเงินสดหมุนเวียนจากการค้าขายตลอด แต่เมื่อไม่มีสลิปเงินเดือนก็ไม่สามารถซื้อสินค้าเงินผ่อนในห้างสรรพสินค้าได้ ซิงเกอร์จึงใช้วิธีให้ลูกค้าค้ำประกันกันเอง แล้วให้พนักงานซิงเกอร์เดินตามเก็บหนี้รายเดือนถึงบ้าน

ผลที่ตามมา คือ ทำให้พนักงานผูกพันกับลูกค้า และดูแลกันเสมือนคนคุ้นเคย

“คนขายกับคนซื้อจะผูกพันกัน นี่คือจุดเด่นของซิงเกอร์ คือ เครือข่ายพนักงาน เราได้ทำการฝึกพนักงานให้มีความชำนาญเฉพาะด้าน เดิมพนักงานขายสินค้าหลายตัว แต่พอขายไปก็เจอปัญหาบริการหลังการขาย ตอนนี้จึงต้องฝึกพนักงานเครือข่ายให้เป็นแพทย์เฉพาะทาง สามารถให้บริการหลังการขายถึงบ้านได้ ซึ่งเดิมบริษัทเน้นเรื่องจักรเย็บผ้า แต่ตอนนี้จักรเย็บผ้านำเข้าถูกกว่าทำเอง บริษัทจึงฝึกให้พนักงานซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ด้วย เพราะมีสินค้าหลายตัวเพิ่มขึ้น” บุญยง กล่าว

ส่วนสินค้าเชิงพาณิชย์ เช่น ตู้แช่เย็น ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ และตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือ บริษัทเพิ่งเริ่มต้นทำ 2 ปีกว่า จากลูกค้าตามบ้านก็เข้าสู่ร้านค้า ตู้แช่เย็นต่างๆ สามารถผ่อนชำระได้ ปัจจุบันลูกค้าซิงเกอร์จึงมีถึง 1.6 แสนราย ลูกค้าใหม่เพิ่มเฉลี่ยปีละ 1 หมื่นราย ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และลูกค้าภาคกลาง

ขณะที่ลูกค้าภาคใต้มีจำนวนไม่มาก เพราะคนที่อยู่ภาคใต้จะนิยมซื้อสินค้าเงินสด ถือเป็นกลุ่มคนในภาคที่มีรายได้สูง เรียกว่าได้ลูกค้าแต่ละภาคจะมีพฤติกรรมการใช้สินค้าแตกต่างกัน ทำให้สัดส่วนลูกค้าที่อยู่ในกลุ่มลูกค้าครัวเรือนอยู่ที่ 60% และที่เหลือ 40% เป็นลูกค้าร้านค้า

บริษัทได้ตั้งเป้าหมายขยายสัดส่วนลูกค้าครัวเรือนและลูกค้าร้านค้าเป็น 50% เท่ากันในระยะต่อไป

“ลูกค้าชนบทไม่มีเอ็นพีแอล แตกต่างกับลูกค้าโรงงานที่ตอนนี้มีหนี้มากขึ้น เพราะหันมาใช้บัตรเครดิต เรียกว่าอยู่ใกล้เมืองยิ่งเป็นหนี้มาก” บุญยง กล่าว

สำหรับหนี้เฉลี่ยลูกค้าต่อรายที่ผ่อนชำระกับซิงเกอร์อยู่ที่ 1.52 หมื่นบาท แต่หากเป็นลูกค้าร้านค้าผ่อนเฉลี่ยรายละ 5 หมื่นบาท เพราะส่วนใหญ่เป็นตู้แช่เย็น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท