
กฏหมายและภาษี M&A เรื่องง่ายๆ ที่ทำให้ยาก (ตอน2)
เรามาดูเรื่องการผลักดันเรื่องกฎหมายและภาษีของตลาดทุนที่มีการใช้เวลาในการผลักดันมานาน คือ การแก้ไขกฎหมายและภาษีของการซื้อและควบรวมกิจการ (Mergers and Acquisitions) ในตลาดทุนไทยจากฉบับที่แล้วกันต่อนะครับ
เรามาดูเรื่องการผลักดันเรื่องกฎหมายและภาษีของตลาดทุนที่มีการใช้เวลาในการผลักดันมานาน คือ การแก้ไขกฎหมายและภาษีของการซื้อและควบรวมกิจการ (Mergers and Acquisitions) ในตลาดทุนไทยจากฉบับที่แล้วกันต่อนะครับ
คำถามมีว่า การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ จะมีการส่งเสริมการควบรวมกิจการได้จริงหรือไม่
เหตุใดจึงมีการแก้ไขกฎหมายเดิมที่อนุญาตให้มีการควบรวมกิจการและการโอนกิจการทั้งหมดและผู้ถือหุ้นไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาทำให้ประโยชน์ทางภาษีหายไป แต่อาจเป็นไปได้เพราะเรื่องช่องว่างทางกฎหมายเดิมที่มีผู้ใช้การโอนกิจการทั้งหมดเลี่ยงภาษี โดยต่อมาโอนกิจการในราคาสูงเมื่อมีการคืนประโยชน์ให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท ที่โอนกิจการและได้รับยกเว้นภาษีทั้งหมด กรมสรรพากรจึงมีการอุดช่องว่าตรงนี้ซึ่งผมเห็นด้วยว่าควรแก้ไข แต่กรมสรรพากรควรมีคำชี้แจงเพราะอาจจะมีบางคนไม่ทราบและเข้าใจผิดพลาด ว่าการดำเนินการตามกฎหมายเดิมยังคงทำได้อยู่และไม่ควรทำให้ผู้ถือหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการควบกิจการเสียสิทธิเดิมไปด้วย
เหตุผลในการแก้ไขกฎหมาย
หลักเกณฑ์ที่คณะทำงานฯ เคยขอให้กรมสรรพากรพิจารณาเพื่อยกเว้นภาษีอากรจากเงินได้จากผลได้จากทุน (Capital Gain Tax) จากการแลกหุ้น (Share Swap) นั้น ไม่ได้ต้องการให้มีการเลิกกิจการของบริษัทที่โอนกิจการหรือโอนหุ้นเลยและหากพิจารณาดูประกาศอธิบดี กรมสรรพากร ฉบับที่ 3 เกี่ยวกับหลักเกณฑ์เงื่อนไขการควบและการโอนกิจการก็ไม่ได้กล่าวถึงการโอนหุ้น หรือ Share Swap แต่อย่างใด แต่ใช้หลักเกณฑ์เดิม
ผมขอยกตัวอย่างรูปแบบการควบรวมที่อาจจะเกิดขึ้นว่า กรณีตัวอย่างต่อไปนี้หากบริษัท A กับบริษัท B จะทำ M&A กัน คู่สัญญาจะสามารถทำได้กี่แบบ
รูปแบบการควบรวมมี 3 แบบ คือ
1.การควบกิจการ (Amalgamation)
การควบกิจการ คือ บริษัท A ควบบริษัท B ตามกฎหมาย กรณีนี้ผู้ถือหุ้น A+B ก็ได้หุ้นใหม่ บริษัท C กรณีผู้ถือหุ้น A และ B ได้หุ้นเพิ่มหรือมีผลประโยชน์เพิ่ม ก็ไม่ต้องเสียภาษีผู้ถือหุ้น A และ B ไม่ต้องเสียภาษีจากผลประโยชน์ในการควบบริษัท
เอาไว้ฉบับหน้า มาดูเรื่องการโอนกิจการ และการซื้อหุ้นของกิจการ







