posttoday
แบงก์ตบเท้าบุกจีนลุยเปิดสาขา

แบงก์ตบเท้าบุกจีนลุยเปิดสาขา

08 เมษายน 2556

“กสิกรไทย” ทุ่มงบพันล้านลุยธุรกิจในจีน ลุยเปิดสาขาเพิ่ม 2-3 แห่ง ใน 3-5 ปี ไทยพาณิชย์ขยับสู้

“กสิกรไทย” ทุ่มงบพันล้านลุยธุรกิจในจีน ลุยเปิดสาขาเพิ่ม 2-3 แห่ง ใน 3-5 ปี ไทยพาณิชย์ขยับสู้

นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารมีแผนจะขยายธุรกิจในประเทศจีนด้วยการเปิดสาขาเพิ่มเติมอีก 2-3 แห่ง ใช้เม็ดเงินลงทุนหลักพันล้านบาท ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยมีสาขาอยู่แล้ว 1 แห่ง ในเมืองเสิ่นเจิ้น

นายบัณฑูร กล่าวว่า ขณะนี้เศรษฐกิจจีนกำลังอยู่ในช่วงขยายตัวและมีความพร้อมมากขึ้นจากในอดีต โดยภายในเดือน พ.ค.นี้ จะเปิดสาขาเพิ่มอีกแห่งที่เฉิงตู

“จีนเป็นโจทย์ที่ถ้าไม่คิดล่วงหน้าไว้ 10 ปี ป่านนี้อาจไม่ทันแล้ว โชคดีที่ธนาคารได้เริ่มเข้าไปวางความสัมพันธ์เอาไว้ล่วงหน้าทำให้ยังมีที่ยืนได้” นายบัณฑูร กล่าว

นายบัณฑูร กล่าวว่า เกณฑ์ในการพิจารณาเปิดสาขาในจีนมีอยู่ 3 ปัจจัย คือ 1.บริเวณนั้นต้องมีจำนวนธุรกิจเอสเอ็มอีมากพอ 2.ต้องไม่ใช้ต้นทุนที่สูงจนเกินไป 3.ต้องเป็นสถานที่ที่ธนาคารต้องสามารถหาบุคลากรไปทำงานได้ โดยคาดว่าภายใน 3-5 ปี น่าจะสามารถเปิดสาขาได้ครบตามแผน จากนั้นอาจพิจารณาขอยกระดับเป็นธนาคารท้องถิ่นจากธนาคารกลางของจีน

“สาขาที่ธนาคารกสิกรไทยจะไปเปิดจะอยู่ทางตอนใต้และตะวันตกของจีนเราจะไม่ไปเซี่ยงไฮ้ หรือปักกิ่ง เพราะเกินกำลัง ต้นทุนสูง แข่งขันยาก ไม่คุ้มค่า เอาแค่พอทำกินไปเรื่อยๆ” นายบัณฑูร กล่าว

นายบัณฑูร ชี้แจงถึงผลการดำเนินงานของสาขาเสิ่นเจิ้นในช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นที่พอใจ เพราะสามารถทำกำไรได้ภายในไม่กี่ปีที่เข้าไปลงทุน

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันธนาคารยังจำกัดกรอบการทำธุรกิจในจีนอยู่แค่การรับฝากเงินจากลูกค้ารายใหญ่วงเงินฝาก 1 ล้านหยวนขึ้นไป การปล่อยกู้สินเชื่อเอสเอ็มอี สินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งสาขาในเฉิงตู ก็จะทำธุรกิจในรูปแบบเดียวกัน

ข้อมูลเอกสารของธนาคารกสิกรไทย สาขาเสิ่นเจิ้น ระบุว่า ในปี 2555 มียอดการยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย 113,767 รายการ มียอดอนุมัติสินเชื่อ 45.5% ยอดขอสินเชื่อเอสเอ็มอีทั้งสิ้น 95,796 รายการ มียอดการอนุมัติ 57% แบ่งเป็นลูกค้าขนาดเล็กยอดขายตั้งแต่ 10-100 ล้านบาท ร่วม 23% เป็นลูกค้าขนาดจิ๋วที่มียอดขายไม่เกิน 10 ล้านบาท ประมาณ 22%

นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารได้ทำเรื่องขอเปิดสาขาในจีน แต่ต้องใช้เวลาพิจารณาระยะหนึ่งตามเงื่อนไข และกฎหมายของจีนที่ให้เปิดสำนักงานตัวแทนก่อนที่จะขอเปิดสาขา ต้องยอมรับว่าการขยายธุรกิจไปจีนนั้น ทำได้ช้ากว่าธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ด้วยกัน

นายวิชิต กล่าวว่า ต้องการเข้าสู่ตลาดจีน เพราะเริ่มเห็นลูกค้าจีนที่เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจและจีนก็เริ่มประสบปัญหาทรัพยากรที่จำกัด รวมทั้งปัญหามลภาวะ ทำให้นักธุรกิจจีนเริ่มขยายออกต่างประเทศ

“เราช้า แต่ไม่ได้หมายความว่ายอมแพ้ ตอนนี้เราก็ทำธุรกิจกับลูกค้าจีนผ่านสาขาฮ่องกง เป็นการหาพันธมิตรมากกว่าจะเน้นเปิดสาขา” นายวิชิต กล่าว

นายวิชิต กล่าวว่า ขณะนี้ตลาดในเอเชียขยายตัวมากขึ้น จีนถือเป็นประเทศหลักที่กระตุ้นให้เศรษฐกิจเกิดการขยายตัว ในขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต็เริ่มมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงมาก เช่น อินโดนีเซีย ทำให้การเติบโตแผ่ขยายมายังแถบประเทศเพื่อนบ้านของไทยมากขึ้น

นายวิชิต ประเมินว่า หลังจากนี้ไปตลาดในยุโรป (อียู) จะเติบโตช้าลง และต้องใช้เวลาอีกหลายปี ซึ่งนอกจากจีนก็ยังมีตลาดในอาเซียน โดยธนาคารจะทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด และเข้าใจวัฒนธรรมประเทศนั้นๆ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ